ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


22. ซูเราะฮฺ อัลฮัจยฺ (Al-Hajj)


1. โอ้ มหาชนเอ๋ย ! (*1*) พวกเจ้าจงยำเกรง พระเจ้าของพวกเจ้าเถิด เพราะแท้จริง(*2*) การสั่นสะเทือนของวันอวสานนั้น เป็นสิ่งที่ร้ายแรงยิ่งนัก

(1)  เป็นการสนทนากับมวลมนุษย์ทั้งปวง
(2)  เป็นมูลเหตุแห่งการใช้ให้มีความยำเกรง

2. วันที่พวกเจ้าจะเห็นมันคือ แม่นมทุกคนจะตกตะลึงลืมสิ่งที่นางกำลังให้นมแก่ลูกอ่อน(*1*)และหญิงตั้งครรภ์ทุกคนจะคลอดลูกที่อยู่ในครรภ์ของนางออกมา และเจ้าจะเห็นมนุษย์อยู่ในสภาพมึนเมา ทั้ง ๆ ที่พวกเขามิได้เมา(*2*) และแต่ว่าการลงโทษของอัลลอฮ์นั้นรุนแรงยิ่งนัก

(1)  เพราะความสั่นสะเทือนและความโกลาหลอลหม่านในวันนั้น แม่นมจะดึงหัวนมของนางออกจากของเด็กที่กำลังกินนม นาจะตกตะลึงและลืมนึกถึงแม้กระทั่งลูกรักของนาง
(2)  อันเนื่องมาจากความกลัวและตกตะลึงนั่นเอง หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ยังไม่ครบกำหนดที่จะคลอดลูกออกมาส่วนมนุษย์โดยทั่วไปก็จะอยู่ในสภาพของคนเมา ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ดื่มเหล้าหรือของมึนเมาเข้าไปเลยแต่ความน่ากลัวและความร้ายแรงของวันนั้น ทำให้สติปัญญาและความนึกคิดเลื่อนลอย

3. และในหมู่มนุษย์บางคนมีผู้โต้เถียงในเรื่องของอัลลอฮ์โดยปราศจากความรู้ และเขาจะปฏิบัติตามชัยฎอนทุกตัวที่ดื้อรั้น

(1)  นักตัฟซีรหลายท่านกล่าว่า อายะฮ์นี้ถูกประทานลงมาเกี่ยวกับ อันนัฎร์ อิบน์ อัลฮาริษ ซึ่งเป็นนักโต้เถียง เขากล่าวว่า มะลาอิกะฮ์เป็นบุตรีของอัลลอฮ์ อัลกุรอานเป็นเทพนิยายในสมัยโบราณ และไม่มีการศึกษาฟื้นคืนชีพอีกหลังจากที่ได้ตายไปแล้ว อะบุสสะอูด กล่าวว่า อายะฮ์นี้มีความหมายโดยทั่วไปเพื่อเป็นการเตือนเขา (อันนัฎร์) และบุคคลประเภทเดียวกัน ที่ดื้อรั้นและขอบโต้เถียงในสิ่งที่ตนไม่มีความรู้

4. ได้มีกำหนดไว้กับมันว่า(*1*) แท้จริงผู้ใดยึดมันเป็นมิตรสหายแล้ว แน่นอน มันจะทำให้เขาหลงทางและจะนำเขาไปสู่การลงโทษที่มีเปลวลุกโชน

(1)  คืออัลลอฮ์ทรงกำหนดไว้

5. โอ้ มนุษย์เอ๋ย ! หากพวกเจ้ายังอยู่ในการสงสัยแคลงใจ เกี่ยวกับการฟื้นคืนชีพแล้วไซร้ แท้จริงเราได้บังเกิดพวกเจ้าจากดิน(*1*) แล้วจากเชื้ออสุจิ แล้วจากก้อนเนื้อ ทั้งที่เป็นรูปร่างที่สมบูรณ์ และไม่เป็นรูปร่างที่สมบูรณ์ เพื่อเราจะได้ชี้แจงเคล็ดลับแห่งเดชานุภาพ แก่พวกเจ้า(*2*) และเราให้การตั้งครรภ์เป็นที่แน่นอนอยู่ในมดลูกตามที่ประสงค์ จนถึงเวลาที่กำหนดไว้แล้วเราให้พวกเจ้าคลอดออกมาเป็นทารก แล้วเพื่อพวกเจ้าจะได้บรรลุสู่วัยฉกรรจ์ของพวกเจ้า และในหมู่พวกเจ้ามีผู้เสียชีวิตในวัยหนุ่ม และในหมู่พวกเจ้ามีผู้ถูกนำกลับสู่วัยต่ำต้อย วัยชรา เพื่อเขาจะไม่รู้อะไรเลยหลังจากมีความรู้(*3*) และเจ้าจะเห็นแผ่นดินแห้งแล้ง ครั้นเมื่อเราได้หลั่งน้ำฝนลงมาบนมัน มันก็จะเคลื่อนไหวขยายตัวและพองตัวและงอกเงยออกมาเป็นพืช ทุกอย่างเป็นคู่ ๆ ดูสวยงาม

(1)  คือหากพวกเจ้ายังแคลงใจในเดชานุภาพของเรา ที่จะให้มีชีวิตขึ้นหลังจากตายไปแล้ว ก็จงพิจารณาดูแหล่งที่มาแห่งการบังเกิดของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะหมดความสงสัย เราได้ให้บังเกิดอาดัม มาจากดิน และผู้ใดสามารถที่จะให้บังเกิดพวกเจ้ามาในคร้งแรกเขาย่อมสามารถที่จะให้พวกเจ้าเกิดมาอีกเป็นครั้งที่สอง และผู้ใดที่สามารถให้พืชพันธุ์งอกเงยออกมาจากแผ่นดินหลังจากที่มันได้ตายไปแล้วเขาย่อมสามารถเอาพวกเจ้าออกมาจากกุบูร์ของพวกเจ้า
(2)  คือเราได้ให้พวกเจ้าบังเกิดขึ้นมาตามรูปแบบที่สวยงามเช่นนี้ เพื่อเราจะได้ชี้แจงเคล็ดลับแห่งเดชานุภาพและฮิกมะฮ์ของเรา
(3)  เพื่อที่จะให้กลับไปสู่สภาพที่ยังเป็นเด็กอยู่คือ รูปร่างผอมบาง สติฟั่นเฟือน มีความเข้าใจน้อย ลืมสิ่งที่เคยรู้มาก่อน และไม่มีกำลังวังชา

6. นั่นก็เพราะว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นพระองค์คือผู้ทรงสัจจะ และแท้จริงพระองค์ทรงให้ผู้ตายมีชีวิตขึ้น และแท้จริงพระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง

(1)  ดังกล่าวมาแล้ว คือในการให้บังเกิดมนุษย์และพืชพันธ์ต่าง ๆ เพื่อพวกเจ้าจะได้รู้ว่าแท้จริงอัลลอฮ์นั้นคือ พระผู้ทรงให้บังเกิด ผู้ทรงจัดเตรียม และทุก ๆ สิ่งในจักรวาลนี้มีผลเนื่องมาจากเดชานุภาพของพระองค์และเป็นพยานว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงสัจจะ

7. และแท้จริงวันอวสานจะมาถึงอย่างแน่นอน ปราศจากข้อสงสัยในมัน และแท้จริงอัลลอฮ์จะทรงให้ผู้ที่อยู่ในสุสานฟื้นคืนชีพขึ้นมา(*1*)

(1)  คือทรงให้คนตายมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และทรงให้เขาฟื้นขึ้นมาหลังจากที่เขาได้เน่าเปื่อยไปแล้ว และทรงให้เขามีชีวิตเพื่อส่งไปยังสถานที่สอบสวน

8. และในหมู่มนุษย์บางคนมีผู้โต้เถียงในเรื่องของอัลลอฮ์ โดยปราศจากความรู้และโดยปราศจากแนวทางที่ถูกต้อง และปราศจากคัมภีร์ที่มีหลักฐานชัดแจ้ง

9. เขาจะเอี้ยวตัวอของเขาไปอย่างหยิ่งยะโสเพื่อให้ผู้คนหลงจากทางอัลลอฮ์(*1*) สำหรับเขาจะไดรับความอัปยศในโลกนี้และเราจะให้เขาลิ้มรสการลงโทษที่มีไฟลุกไหม้ในวันกิยามะฮ์

(1)  คือผินหลังออกจากความจริง

10. นั่นเพราะว่า มือทั้งสองของเจ้าได้ก่อกรรมทำไว้(*1*) และแท้จริงอัลลอฮ์นั้นจะไม่ทรงอธรรมต่อปวงบ่าว

(1)  ความอัปยศและการลงโทษนั้น เนื่องมาจากสิ่งที่เขาได้กระทำไว้คือการปฏิเสธศรัทธาและการหลงผิด

11. และในหมู่มนุษย์บางคน มีผู้เคารพภักดีต่ออัลลอฮฺบนขอบทางของศาสนา (*1*) หากความดีประสบแก่เขา เขาก็พออกพอใจต่อสิ่งนั้น หากความทุกข์ยากประสบแก่เขา เขาก็จะผินหน้าของเขากลับสู่การปฏิเสธ เขาขาดทุนทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า นั่นคือการขาดทุนอย่างชัดแจ้ง

(1)  เป็นการเปรียบเทียบสำหรับผู้ที่ไม่มีความแน่นอน ไม่เคารพภักดีอัลลอฮ์ด้วยความมั่นใจ แต่ทำด้วยความกังวลและปั่นป่วนไม่แน่นอน เสมือนกับกองทหารที่อยู่ริมทาง ถ้าเขามีความรู้สึกว่าจะชนะหรือจะได้ทรัพย์สมบัติของฝ่ายตรงข้าม เขาก็จะรีบเข้าไป มิฉะนั้นแล้วก็จะเปิดหนีไป อัลหะซันกล่าวว่า บุคคลประเภทนี้คือมุนาฟิกหรือคนสับปลับ ที่เคารพอิบาดะฮ์พระองค์ด้วยลิ้นของเขา มิใช่ด้วยจิตใจของเขา

12. เขาวิงวอนสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ ซึ่งมันไม่ให้โทษแก่เขาและมันก็ไม่ให้คุณแก่เขา นั่นคือการหลงผิดที่ไกลลิบ

13. เขาวิงวอนต่อผู้ที่โทษของมันจะมีขึ้นเร็วกว่าคุณประโยชน์ของมัน(*1*) แน่นอนมันเป็นผู้คุ้มครองที่ชั่วช้าแท้ ๆ และมันเป็นสหายที่ชั่วช้าจริง ๆ

(1)  เขาบุชารูปปั้นหรือเจว็ดซึ่งโทษของมันในโลกนี้คือความอัปยศ และความต่ำต้อยจะเกิดขึ้นเร็วกว่าคุณประโยชน์ของมัน ซึ่งเขาคาดคิดว่าด้วยการบูชาของเขา มันจะให้ความช่วยเหลือเขาในวันกิยามะฮ์

14. แท้จริงอัลลอฮ์ทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาและผู้กระทำความดีทั้งหลาย เข้าสวนสวรรค์หลากหลาย ณ เบื้องล่างของมันมีลำน้ำหลายสายไหลผ่านแท้จริงอัลลอฮ์ทรงกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์(*1*)

(1)  คือพระองค์จะทรงตอบแทนความดีแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และจะทรงลงโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ไม่มีผู้ใดจะวิจารณ์การตัดสินของพระองค์ นั่นก็คือ สำหรับบรรดามุอ์มินจะได้รับสวนสวรรค์ด้วยความโปรดปรานของพระองค์ และสำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธาจะได้เข้านรก ด้วยความยุติธรรมของพระองค์

15. ผู้ใดคิดว่าอัลลอฮฺจะไม่ทรงช่วยเหลือเขา (มุฮัมมัด) ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ก็จงให้เขาผู้นั้นต่อเชือกขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วให้เขาตัดมันออก (ผูกคอตาย) แล้วให้เขาเฝ้าดูว่าแผนการณ์ของเขา จะทำให้สิ่งที่เขาเคียดแค้นหมดสิ้นไปไหม ? (*1*)

(1)  ผู้ใดที่คิดว้า แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงเป็นผู้ช่วยเหลือมุฮัมมัด และคัมภีร์ของพระองค์ และศาสนาของพระองค์ ก็จงออกไปเถิด ออกไปฆ่าตัวเองให้ตาย หากว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการเคียดแค้นของเขา เพราะแน่นอนอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้ช่วยเหลือเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

16. และเช่นนั้นแหละ เราได้ให้อัลกุรอานลงมาเป็นโองการทั้งหลายที่ชัดแจ้ง และอัลลอฮ์นั้นทรงชี้แนะทางให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์

17. แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธา และบรรดาชาวยิว(*1*) และพวกศอบิอีน(*2*) และพวกนะศอรอ(*3*) และพวกบูชาไฟ และบรรดาผู้ตั้งภาคี แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงตัดสินใจในระหว่างพวกเขาในวันกิยามะฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นพยานต่อทุกสิ่ง

(1)  คือผู้ที่เกี่ยวพันกับมูซา อะวัยฮิสสลาม
(2)  คือผู้ที่บูชาดวงดาว
(3)  ผู้ที่เกี่ยวพันกับมูซา อะวัยฮิสสลาม

18. เจ้ามิได้เห็นหรือว่า แท้จริงอัลลอฮ์เท่านั้นผู้ที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และผู้ที่อยู่ในแผ่นดิน(*1*) และดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์และดวงดาวทั้งหลาย และภูเขาทั้งหลาย และต้นไม้ และสัตว์ ทั้งหลาย และส่วนมากของมนุษย์ ต่างก็สุญูดนอบน้อมต่อพระองค์(*2*) แต่ส่วนมากการลงโทษจะเหมาะสมคู่ควรแก่เขา และผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงทำให้อัปยศก็จะไม่มีผู้ใดให้เกียรติเขาแท้จริง อัลลอฮ์นั้นทรงกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงสงค์(*3*)

(1)  คือมะลาอิกะฮ์ที่อยุ่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย มนุษย์ ญิน และสิ่งที่ถูกบังเกิดมาในหน้าแผ่นดินนี้ ต่างก็สุญูดนอบน้อมด้วยความจงรักภักดีและด้วยความยอมรับ ในความยิ่งใหญ่ของพระองค์
(2)  จุดมุ่งหมายของโองการนี้เป็นการชี้แจงถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ ตะอาลา และเฉพาะพระองค์องค์เดียวเท่านั้นที่สมควรแก่การเป็นพระเจ้าและผู้อภิบาล ทั้งนี้ด้วยการยอมจำนนของจักรวาลน้อยใหญ่ต่อพระองค์ โดยทำหน้าที่ของมันให้สอดคล้องกับการบัญชาและการจัดระบบของพระองค์
(3)  คือจะทรงลงโทษและทรงเมตตา จะทรงให้เกียรติ จะทรงให้ต่ำต้อย จะทรงให้มี จะทรงให้จน ไม่มีผู้คัดค้านการกระทำของพระองค์

19. ผู้โต้เถียงทั้งสองฝ่ายนี้ต่างก็โต้เถียงกันเกี่ยวกับพระเจ้าของพวกเขา(*1*) สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น มีอาภรณ์ที่ทำด้วยไฟถูกตัดไว้สำหรับพวกเขา น้ำร้อนเดือดจะถูกเทราดลงบนศรีษะของพวกเขา

(1)  คือฝ่ายบรรดาผู้ศรัทธาผู้ยำเกรง และฝ่ายบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาหรืออีกนัยหนึ่งอาชญากร

20. สิ่งที่อยู่ในท้องของพวกเขาและหนังจะถูกละลายด้วยน้ำร้อนเดือดร้อน

[1] [ 2] [ 3] [ 4] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved