ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


28. ซูเราะฮฺ อัลเกาะศ็อศ (Al-Qasas)


1. ฏอ ซีน มีม

2. เหล่านี้คือโองการทั้งหลายแห่งคัมภีร์อันชัดแจ้ง(*1*)

(1)  คือโองการแห่งอัลกุรอานที่ชัดแจ้งในเรื่องของปาฎิหาริย์ และบทบัญญัติต่าง ๆ

3. เราจะอ่าน(*1*)แก่เจ้า บางส่วนแห่งเรื่องราวของมูซาและฟิรเอานด้วยความจริง(*2*) เพื่อหมู่ชนผู้ศรัทธา(*3*)

(1)  โดยผ่านทางญิบรีลในเรื่องที่สำคัญ ๆ
(2)  โดยปราศจากความเท็จ และข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น
(3)  คือหมู่ชนศรัทธาต่ออัลกรุอาน ซึ่งพวกเขาได้รับประโยชน์

4. แท้จริงฟิรเอานหยิ่งผยองในแผ่นดิน และทำให้ประชาชนนั้นแตกแยกเป็นกลุ่ม ๆ (*1*)เขาทำให้ชนกลุ่มหนึ่งในพวกเขาอ่อนแอ(*2*)โดยฆ่าลูกหลานผู้ชายของพวกเขาและไว้ชีวิตเหล่าสตรีของพวกเขา(*3*)แท้จริงเขาเป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้บ่อนทำลาย

(1)  ในการรับใช้เขา และจงรักภักดีต่อเขา
(2)  คือใช้พวกเขาเป็นทาสและทำให้พวกเขาต่ำต้อย และให้พวกเขาได้ลิ่มรสการลงโทษนานาชนิด พวกเขาในที่นี้หมายถึงลูกหลานของอิสรออีล
(3)  สาเหตุที่ไว้ชีวิตพวกผู้หญิงก็เพื่อเอาไปรับใช้พวกเขาและพวกค็อพท์ นักตัฟซีรอธิบายว่า สาเหตุของการฆ่าเพศชายก็คือฟิรเอานได้ฝันว่าเกิดเผลิงไหม้ใหญ่ที่บัยตุลมักดิส (เยรูซาเล็ม) และได้ลุกลามไปถึงอียิปต์ เพลิงได้เผาผลาญพวกค็อพท์คือพวกฟิรเอานแต่ไม่เผาผลาญพวกบะนีอิสรออีล เขาได้ถามพวกทำนายโชคชะตาและหมอดู พวกนั้นกล่าวว่า จะมีเด็กชายคนหนึ่งเกิดอยู่ในพวกลูกหลานของอิสรออีล และอำนาจของท่านจะสูญเสียไปด้วยน้ำมือของเขา แล้วความหายนะของท่านจะเกิดขึ้นเพราะเขา ดังนั้นฟิรเอานจึงใช้ให้ฆ่าลูกผู้ชายทุกคนจากลูกหลานของบะนีอิสรออีล

5. และเราปรารถนาที่จะให้ความโปรดปรานแก่บรรดาผู้ที่อ่อนแอในแผ่นดิน(*1*)และเราจะทำให้พวกเขาเป็นหัวหน้า(*2*)และทำให้พวกเขาเป็นผู้รับมรดา(*3*)

(1)  คือพวกบะนีอิสรออีล และเราจะช่วยพวกเขาให้รอดพ้นจากการกดขี่และการข่มแหงของฟิรเอานคือได้รับมรดกในการมีอำนาจจากฟิรเอานและพวกพ้องของเขา

6. และเราได้ให้พวกเขาครอบครองในแผ่นดิน(*1*)และเราจะให้ฟิรเอานและฮามานตลอดจนไพร่พลของเขาทั้งสอง ได้เห็นสิ่งที่พวกเขามีความกลัว(*2*)

(1)  คือเราจะให้พวกเขาครอบครองอียิปต์และชาม และให้พวกเขามีอิสระในการบริหารประเทศ
(2)  คือจะให้ฟิรเอาน ฮามาน และพวกค็อพท์ (ชาวอียิปต์) ได้เห็นสิ่งที่พวกเขากลัวว่าจะสูญสิ้นอำนาจและประสบความหายนะ จากน้ำมือของลูกชายคนหนึ่งจากบะนีอิสรออีล

7. และเราได้ดลใจแก่มารดาของมูซา(*1*)“จงให้นมแก่เขา เมื่อเจ้ากลัวแทนเขาก็จงโยนเขาลงไปในแม่น้ำ(*2*)และเจ้าอย่าได้กลัวและอย่าได้เศร้าโศก(*3*)แท้จริงเราจะให้เขากลับไปหาเจ้า และเราจำทำให้เขาเป็นหนึ่งในบรรดาร่อซูล” (*4*)

(1)  นักตัฟซีรมีความเห็นพ้องกันว่า นางมิได้เป็นนะบี แต่ได้มีการส่งมะลักมาพูดกับนางเช่นเดียวกับมาหาชาย 3 คนการพูดของมะลาอิกะฮกับมนุษย์ที่มิได้เป็นนะบีนั้น มะลาอิกะฮเคยให้สลามแก่อิมรอน อิบนฮุศ็อยน โดยที่เขามิได้เป็นนะบี
(2)  คือกลัวฟิรเอานแทนเขา ก็จงเอาเขาใส่ในหีบแล้วโยนลงไปแม่น้ำไนล์
(3)  อย่ากลัวว่าเขาจะได้รับอันตราย และอย่าเสียใจในการจากไปของเขา
(4)  แล้วเราจะส่งเขาไปหาฟิรเอาน เพื่อช่วยให้บะนีอิสรออีลรอดพ้นจากทุกข์ทรมาน

8. ดังนั้นบริวารของฟิรเอานได้เก็บเขาขึ้นมาเพื่อให้เขากลายเป็นศัตรู และความเศร้าโศกแก่พวกเขา(*1*)แท้จริงฟิรเอาน(*2*)และฮามานและไพร่พลของเขาทั้งสองเป็นพวกที่มีความผิด

(1)  เคราะห์กรรมและความหายนะในบั้นปลาย
(2)  เป็นผู้ฝ่าฝืน เป็นผู้ตั้งภาดี และเป็นผู้กระทำความผิดโดยเจตนา

9. และภริยาของฟิรเอานกล่าวว่า “(เขาจะเป็นที่) น่าชื่นชมยินดีแก่ดิฉันและแก่ท่าน(*1*)อย่าฆ่าเขาเลย บางทีเขาจะเป็นประโยชน์แก่เรา หรือเราจะถือเขาเป็นลูก” (*2*)และพวกเขาหารู้สึกตัวไม่

(1)  อัฎฎ็อบรีย์กล่าวว่า เมื่อนางกล่าวข้อความนี้แก่ฟิรเอาน เขากล่าวตอบว่า ถ้ากับเธอละก้อ ใช่ เท่ากับฉันละก้อ ไม่ !!อิบนุอับบาส กล่าวว่า หากเขากล่าวว่า เป็นที่น่าชื่นชมยินดีกับฉันละก้อ อัลลอฮ์จะทรงให้เขาได้รับฮิดายะฮ์และจะศรัทธา แต่เขาปฏิเสธ
(2)  คือจะเป็นประโยชน์แก่เราเมื่อเขาโตขึ้น หรือถือเขาเป็นลูกเพื่อที่จะเป็นที่ชื่นชมยินดีแก่เรา

10. และจิตใจของมารดาของมูซาได้คลายความวิตกกังวลลง นางเกือบจะเปิดเผยกับเขาหากเรามิได้ทำให้จิตใจของนางมั่นคง(*1*)เพื่อที่นางจะเป็นหนึ่งในหมู่ผู้ศรัทธา(*2*)

(1)  คือดลใจให้นางมีความอดทน
(2)  คือเป็นผู้ที่เชื่อมั่นต่อสัญญาของอัลลอฮ์ ที่จะให้มูซากลับไปหานางในเวลาต่อมา

11. และนางได้กล่าวแก่พี่สาวของเขา “จงติดตามไปดูเขา” ดังนั้นเธอ (พี่สาวของมูซา) ได้เห็นเขาแต่ไกล โดยที่พวกเขาไม่รู้(*1*)

(1)  แม่ของมูซาได้กล่าวแก่พี่สาวของมูซา ให้ติดตามดูข่าวคราวของมูซาอย่างใกล้ชิด เธอก็ได้ติดตามไปโดยเดินไปตามชายแม่น้ำจนกระทั่งหีบลอยไปถึงวังของฟิรเอาน

12. และเราได้ห้ามเขาไว้ก่อนแล้วเรื่องแม่นม(*1*)ดังนั้นเธอ (พี่สาวของมูซา) กล่าวว่า “ฉันจะชี้แนะชาวบ้านให้แก่พวกท่านเอาไหม?เพื่อคุ้มครองเขาแทนพวกท่าน และพวกเขาเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างดี” (*2*)

(1)  เราได้ห้ามูซามิให้รับเต้านมของแม่นมคนใดที่นำมาให้เขาจนกว่าแม่ของเขาจะมาถึง มูซาไม่ยอมดูดนมจากเต้านมของแม่นมหลายคนเป็นเวลาหลายวัน จนกระทั่งชาววังหนักอกหนักใจพากันตระเวนหาแม่นมนอกวัง จวบจนมาพบพี่สาวของมูซา
(2)  คือฉันจะนำไปหาแม่นมที่สามารถเลี้ยงดูเขาได้เป็นอย่างดีเอาไหม? เมื่อแม่มูซาทราบข่าวทางวังต้องการแม่นมนางจึงรีบรุดไปยังวังเพื่อจะได้ชื่นชมลูกชายของนาง ขณะที่นางไปถึงมูซาอยู่ในอ้อมแขนของฟิรเอาน ร้องจะกินนม เมื่อได้กลิ่นแม่ของเขาก็ยอมกินนม ฟิรเอานจึงถามว่า นางเป็นใครมาจากไหน เพราะมูซาไม่ยอมรับเต้านมใครอื่นนอกจากของนาง นางตอบว่า ฉันเป็นคนที่มีกลิ่นหอมนมก็มีกลิ่นหอม เด็กที่นำมาหาฉันจะต้องกินนมของฉัน เมื่อมูซากินนมอิ่มแล้วนางก็กลับบ้านของนาง วงศ์วานของฟิรเอานก็สบายใจพากันเอาของขวัญนานาชนิดมามอบให้เป็นกำลังใจแก่นาง

13. ดังนั้น เราจึงให้เขากลับไปหามารดาของเขา เพื่อที่จะเป็นที่น่าชื่นชมยินดีแก่นางและนางจะไม่เศร้าโศก(*1*)และเพื่อนางจะได้รู้ว่า แท้จริงสัญญาของอัลลอฮ์นั้นเป็นจริง(*2*)แต่ส่วนมากพวกเขาไม่รู้

(1)  เราจึงให้มูซากลับไปหานางอันเป็นการปฏิบัติตามสัญญา เพื่อที่นางจะได้ชื่นชมและดีใจที่ได้พบเขา และไม่เสียใจในการจากไปของเขา
(2)  ที่จะให้เขากลับไปหามารดาของเขา และคุ้มครองเขาให้พ้นจากความชั่วร้ายของฟิรเอาน

14. และเมื่อเขาบรรลุความเป็นหนุ่มและเติบโตเต็มที่แล้ว(*1*)เราได้ให้ความเข้าใจ(*2*)และความรู้แก่เขา และเช่นนั้นแหละ เราจะตอบแทนแก่บรรดาผู้กระทำความดี

(1)  มุญาฮิดกล่าวว่า ถึงวัย 40 ปีแล้ว ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีสติปัญญาและความเที่ยงธรรม
(2)  ในเรื่องของศาสนาพร้อมกับเรื่องของการเป็นนะบี

15. และเขา (มูซา) ได้เข้าไปในเมือง ขณะที่ชาวเมืองกำลังพักผ่อน(*1*)เขาได้เห็นชายสองคนต่อสู้กันอยู่ในนั้น คนหนึ่งมาจากพวกพ้องของเขา(*2*)และอีกคนหนึ่งมาจากฝ่าย (ที่เป็น) ศัตรูของเขา(*3*)ดังนั้น คนที่มาจากพวกพ้องของเขาได้ร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อให้ปราบฝ่ายที่เป็นศัตรูของเขา มูซาได้ต่อยเขาแล้วได้ฆ่าเขา(*4*)เขากล่าวว่า “นี่มันเป็นการกระทำของชัยฏอน(*5*)แท้จริงมันเป็นศัตรูที่ทำให้หลงผิดอย่างแจ้งชัด”

(1)  คือเข้าไปในเวลาบ่ายซึ่งมันได้ยั่วโทสะฉัน จนทำให้ฉันต่อยเขา

16. เขากล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ได้อธรรมต่อตนเอง (*1*) ดังนั้นขอพระองค์ทรงอภัยให้แก่ข้าพระองค์ด้วย (*2*)” แล้วพระองค์ก็ได้อภัยให้เขา แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ

(1)  ด้วยการฆ่าชีวิตนี้
(2)  ขอพระองค์ทรงยกโทษให้แก่ข้าพระองค์ด้วย และอย่าได้เอาผิดข้าพระองค์เลย

17. เขาได้กล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ การที่พระองค์ได้ทรงโปรดปรานแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะไม่เป็นผู้สนับสนุนผู้กระทำผิดอีกต่อไป” (*1*)

(1)  คือโปรดปรานให้มีพลังเข้มแข็ง และทรงให้เกียรติแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะไม่สนับสนุนผู้ใดในหมู่ผู้กระทำผิดอีกต่อไปนี้คือสัญญาที่มูซามีต่อพระเจ้าของเขา

18. เมื่อเข้ามาอยู่ในเมือง เขากลัวว่าจะเกิดภัยแก่เขา (*1*)ขณะนั้นผู้ที่เคยขอร้องเขาให้ช่วยเหลือเมื่อวานนี้ กำลังร้องเรียกให้ช่วยเขาอีก(*2*)มูซาจึงพูดกับเขาว่า “แท้จริงเจ้านั้นเป็นผู้หลงผิดอย่างแน่นอน” (*3*)

(1)  และคาดว่าจะเกิดเหตุร้าย และกลัวว่าจะได้รับโทษเพราะฆ่าคนตาย
(2)  ชาวอิสรออีลที่เขาได้ช่วยไปวันก่อนนั้น ก็ร้องขอให้ความช่วยเหลือให้ปราบชาวค็อพท์ซึ่งเป็นพวกฟิรเอานอีกคนหนึ่ง
(3)  มูซาได้กล่าวแก่เขาว่า เมื่อวันก่อนเจ้าเป็นเหตุให้ข้าต้องฆ่าชายคนหนึ่ง วันนี้เจ้าจะทำให้ข้าต้องลำบากใจอีกอย่างนั้นหรือ ?

19. เมื่อเขาต้องการที่จะปราบผู้ที่เป็นศัตรูกับเขาทั้งสอง(*1*)เขากล่าวว่า(*2*)“โอ้มูซาเอ๋ย ! ท่านต้องการที่จะฆ่าฉันดั่งที่ท่านได้ฆ่าคนหนึ่งไปแล้วเมื่อวานนี้หรือ ? ท่านไม่ปรารถนาสิ่งใดนอกจากเป็นผู้ก่อกวนทารุณในแผ่นดิน และท่านไม่ปรารถนาที่จะเป็นผู้ปรองดองให้ดีต่อกัน”

(1)  คือเป็นศัตรูกับเขาและชางอิสรออีล หมายถึงชาวค็อพท์
(2)  คือชาวค็อพท์ได้กล่าวแก่มูซา

20. และชายคนหนึ่ง(*1*)ได้มาจากชานเมืองอย่างรีบเร่ง เขากล่าวว่า “โอ้มูซาเอ๋ย ! พวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่กำลังปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับเรื่องของท่าน เพื่อจะฆ่าท่าน ดังนั้น จงออกไปเถิด(*2*)แท้จริงฉันเป็นผู้หวังดีต่อท่าน”

(1)  เขาเป็นพวกของฟิรเอาน แต่เขาเป็นผู้ศรัทธาต่อมูซา
(2)  ก่อนที่พวกเขาจะตามจับท่าน

[1] [ 2] [ 3] [ 4] [ 5] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved