ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


41. ซูเราะฮฺ ฟุศศิลัต (Fussilat)
ความหมายโดยสรุป ของซูเราะฮฺนี้


1. ฮามีม (*1*)

(1)  ซูเราะฮฺนี้เป็นซูเราะฮฺที่ 2 ในเจ็ดซูเราะฮฺที่เริ่มต้นด้วยอักษรฮามีม และเรียกว่า ฮามีมทั้งเจ็ด หรือตระกูลฮามีม

2. (อัลกุรอานนี้) เป็นการประทานลงมาจากพระผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

3. คัมภีร์ซึ่งอายาตทั้งหลายได้ให้คำอธิบายไว้อย่างละเอียดเป็นอัลกุรอานภาษาอาหรับสำหรับหมู่ชนผู้มีความรู้ (*1*)

(1)  คืออัลกุรอานนี้อัลลอฮฺ ตะอาลา เป็นผู้ประทานอัลกุรอานลงมาแก่บ่าวของพระองค์ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นคัมภีร์ที่รวมไว้ซึ่งผลประโยชน์ทางด้านศาสนาและทางโลก มีความหมายอย่างแจ้งชัด บทบัญญัติมีแจ้งไว้อย่างละเอียด โดยการเล่าเรื่องราวในอดีต มีคำแนะนำสั่งสอน และอุทาหรณ์อย่างชัดแจ้ง และสมบูรณ์ที่สุด เป็นอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาเป็นภาษาอาหรับแก่หมู่ชนที่มีความเข้าใจในรายละเอียดของอัลอายาต มีความไพเราะและลึกซึ้ง ผู้ที่มีความรู้ทางด้านภาษาอาหรับเท่านั้นที่จะเข้าใจความหมายและความลึกซึ้งของอัลกุรอาน

4. เป็นการแจ้งข่าวดีและเป็นการตักเตือน แต่ส่วนมากของพวกเขาผินหลังให้ ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ได้ยิน (*1*)

(1)  เป็นการแจ้งข่าวดีแก่บรรดามุอฺมินถึงสวรรค์อันบรมสุข และเป็นการแจ้งข่าวร้ายแก่พวกปฏิเสธศรัทธาถึงการลงโทษด้วยนรกณะฮันนัม แต่ส่วนมากของพวกมุชริกีนผินหลังให้กับการพิจารณาใคร่ครวญถึงอายาต ของอัลกุรอานทั้ง ๆ ที่ถูกประทานลงเป็นภาษาอาหรับ

5. และพวกเขากล่าวว่า หัวใจของเราอยู่ในที่ปกปิดจากสิ่งที่พวกท่านเชิญชวนเราไปสู่สิ่งนั้น และในหูของเราก็หนวก และระหว่างเรากับท่านก็มีม่านกั้นอยู่ ดังนั้นท่านจงทำ (สิ่งที่ท่านพึงกระทำ ) เถิด สำหรับพวกเราก็จะทำ (ตามที่เราต้องการจะกระทำ) (*1*)

(1)  พวกเขากล่าวแก่ท่านร่อซูล ศ็อลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า หัวใจของพวกเราถูกปิดกั้นจากสิ่งที่พวกท่านเรียกร้อง ไปสู่การอีมานและการให้ความเป็นเอกภาพ ในหูของพวกเราก็หนวกปิดกั้นเรามิให้เข้าใจสิ่งที่พวกท่านเรียกร้องเชิญชวนอยู่ และระหว่างเรากับท่านก็มีม่านปิดกั้นอยู่ ดังนั้นขอให้ท่านกระทำตามแนวทางของท่านและเราก็จะกระทำตามแนวทางของเรา

6. จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ฉันก็คือสามัญชนเยี่ยงพวกท่าน แต่ได้มีวะฮียฺแก่ฉันว่า พระเจ้าของพวกท่านนั้นคือพระเจ้าองค์เดียว ดังนั้นจงมุ่งตรงสู่พระองค์เถิด และจงขออภัยต่อพระองค์และความวิบัติจงมีแต่บรรดาผู้ตั้งภาคี

7. บรรดาผู้ไม่จ่ายซะกาต และพวกเขา คือพวกปฏิเสธศรัทธาต่อวันปรโลก (*1*)

(1)  โอ้มุฮัมมัดจงกล่าวแก่พวกมุชริกีนเหล่านั้นเถิดว่าฉันคือมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกับพวกท่าน แต่อัลลอฮฺทรงแต่งตั้งให้ฉันเป็นรอซูล และให้ฉันเรียกร้องพวกท่านไปสู่ความเป็นเอกภาพแด่พระองค์ ดังนั้นพวกท่านจงมุ่งหน้าสู่พระองค์ด้วยการยึดมั่นต่อการอีมาน และมีความบริสุทธิ์ใจต่อการกระทำความดี และขออภัยโทษต่อพระองค์ในการทำความผิดในอดีต และความวิบัติจงประสบแด่พวกมุชริกีนที่ไม่ปฏิบัติความดีไม่บริจาคซะกาต และศ่อดะเกาะฮฺ เพื่อจงรักภักดีต่อัลลอฮฺ และพวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่อวันฟื้นคืนชีพและวันแห่งการชุมนุมอีกทั้งไม่ศรัทธาต่อวันแห่งการชำระบัญชี และวันแห่งการตอบแทน

8. แท้จริง บรรดาผู้ศรัทธา และกระทำความดีทั้งหลาย สำหรับพวกเขานั้นจะได้รับรางวัลอย่างมิขาดสาย (*1*)

(1)  บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์ อีกทั้งพวกเขากระทำความดีในโลกอาคิเราะฮฺ พวกเขาจะได้รับรางวัลจากพระเจ้าของพวกเขาโดยมิขาดสาย

9. จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด พวกท่านปฏิเสธศรัทธาต่อพระผู้สร้างแผ่นดินเพียงในสองวัน และพวกท่านตั้งภาคีคู่เคียงกับพระองค์กระนั้นหรือ ? นั่นคือพระเจ้าแห่งสากลโลก

10. และใน (แผ่นดิน) นั้นพระองค์ทรงทำให้เทือกเขาตั้งมั่นอยู่บนมัน และทรงให้มีความจำเริญในนั้น และทรงกำหนดปัจจัยยังชีพของมันให้มีขึ้นในนั้นในระยะเวลา 4 วัน อย่างทัดเทียมกันแก่บรรดาผู้ไต่ถาม (*1*)

(1)  คือพวกท่านรู้ดีอยู่แล้วว่าไม่มีคู่เคียงอื่นใดกับพระองค์ทั้งในโลกชั้นสูงคือชั้นฟ้าและในแผ่นดิน แล้วทำไมพวกท่านจึงตั้งภาคีคู่เคียงกับพระองค์ พระองค์คือพระเจ้าแห่งสากลโลก ทรงเดชานุภาพเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด ทรงสร้างแผ่นดินเพียงในสองวันและในแผ่นดินทรงทำให้มีเทือกเขาอย่างมั่นคงเพื่อมิให้เอนเอียงเป็นอันตรายแก่มนุษย์ ทรงสร้างให้มีแม่น้ำลำธารต้นไม้และปศุสัตว์ซึ่งทำให้เกิดความจำเริญในการกำหนดปัจจัยยังชีพดังกล่าวนั้นในระยะเวลาเพียง 4 วัน

11. แล้วพระองค์ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้าขณะที่มันเป็นไอหมอก พระองค์จึงตรัสแก่ชั้นฟ้าและแผ่นดินว่า เจ้าทั้งสองจงมาจะโดยเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม มันทั้งสองกล่าวว่า ข้าพระองค์มาอย่างเต็มใจแล้ว (*1*)

(1)  พระองค์ทรงแจ้งว่าหลังจากได้สร้างแผ่นดินแล้วทรงมุ่งชั้นฟ้าตามพระประสงค์ของพระองค์ แล้วพระองค์ก็ตรัสแก่ชั้นฟ้าและแผ่นดินให้มันทั้งสองไปหาพระองค์ตามพระประสงค์ของพระองค์ มันทั้งสองก็ตอบสนองโดยกล่าวว่า เราจะไม่ขัดพระบัญชาของพระเจ้าของเราเป็นอันขาด

12. ดังนั้นพระองค์ทรงสร้างมันสำเร็จเป็นชั้นฟ้าทั้งเจ็ดในระยะเวลา 2 วัน และทรงกำหนดในทุกชั้นฟ้าหน้าที่ของมัน และได้ประดับท้องฟ้าแห่งโลกนี้ด้วยดวงดาวทั้งหลาย และเป็นการป้องกัน ( ให้พ้นจากชัยฏอน ) นั่นคือ การกำหนดแห่งพระผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงรอบรู้(*1*)

(1)  คือพระองค์ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งเจ็ดเสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 2 วัน ซึ่งรวมทั้งการกำหนดปัจจัยต่าง ๆ อีก 4 วัน ด้วยทรงจัดเตรียมและกำหนดหน้าที่ในแต่ละทุกชั้นฟ้าให้แก่มะลาอิกะฮฺ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามพระประสงค์ ทรงประดับท้องฟ้าชั้นหนึ่งด้วยดวงดาวทั้งหลายให้แก่ชาวโลก และมียามเฝ้าเพื่อป้องกันมิให้ชัยฏอนเข้าไปสดับฟังข่าวคราวจากชั้นฟ้าดังกล่าวทั้งหมดนี้เช่นการสร้างและการประดิษฐ์ให้เป็นที่สวยงาม คือ การกระทำของอัลลอฮฺ ผู้ทรงอำนาจในการครอบครองของพระองค์ พระผู้ทรงรอบรู้ในผลประโยชน์ของมัคลู๊กทั้งหลาย

13. แต่ถ้าพวกเขาผินหลังให้ก็จงกล่าวเถิดมุฮัมมัดว่า ฉันขอเตือนพวกท่าน ( ให้ระลึกถึงความหายนะเยี่ยงความหายนะของพวกอ๊าดและพวกซะมูด ) (*1*)

(1)  คือถ้าพวกเขาผินหลังจากการศรัทธาหลังจากได้มีการชี้แจงดังกล่าว มุฮัมมัดจงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่าฉันขอเตือนพวกท่านถึงการลงโทษซึ่งเป็นความหายนะเช่นเดียวกับพวกอ๊าดและพวกซะมูดเคยประสบพบแล้ว

14. จงรำลึกเมื่อบรรดาร่อซูลได้มายังพวกเขา ( เรียกร้องเชิญชวน ) จากทางข้างหน้าพวกเขาและจากทางข้างหลังพวกเขา ( โดยกล่าว )ว่า พวกท่านอย่าได้เคารพภักดีผู้ใดนอกจากอัลลอฮฺ พวกเขากล่าวว่า หากพระเจ้าของเราทรงประสงค์ แน่นอนพระองค์จะต้องส่งมะลาอิกะฮฺลงมา ดังนั้นเราจึงปฏิเสธศรัทธาในสิ่งที่พวกท่านถูกส่งมา (*1*)

(1)  จงรำลึกเมื่อฮูดและศอและฮได้เรียกร้องเชิญชวนพวกเขาทุกทิศทาง ไปสู่การศรัทธาและการให้เอกภาพ และอย่าตั้งภาคีอื่นใดคู่เคียงกับอัลลฺอฮฺ แต่พวกเขากลับปฏิเสธศรัทธาด้วยความเย่อหยิ่งโดยกล่าวว่าหากพระเจ้าของเราประสงค์พระองค์ก็จะส่งมะลาอิกะฮมาประกาศเชิญชวนมิใช่ส่งบุคคลธรรมดาเช่นพวกท่านมา

15. ส่วนพวกอ๊าดนั้น พวกเขาได้หยิ่งผยองในแผ่นดินโดยไม่เป็นธรรม และพวกเขากล่าวว่า ผู้ใดจะมีพลังเข้มแข็งกว่าพวกเรา ? พวกเขาไม่เห็นดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮฺผู้ทรงสร้างพวกเขานั้นทรงพลังเข้มแข็งกว่าพวกเขาแต่พวกเขาก็ยังคงปฏิเสธสัญญาณต่าง ๆ ของเรา (*1*)

(1)  ส่วนรายละเอียดที่พวกอ๊าดและซะมูดได้รับการลงโทษนั้นสำหรับพวกอ๊าด เนื่องจากพวกเขาได้หยิ่งผยองยะโสต่อนะบีฮูดและบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อเขาโดยกล่าวด้วยความหยิ่งยะโสว่าไม่มีผู้ใดที่จะมีพลังเข้มแข็งไปกว่าพวกเราได้ และพวกเราสามารถที่จะปัองกันการลงโทษให้พ้นไปได้ด้วยพลังของพวกเราเอง . พวกเขาลืมนึกถึงเดชานุภาพของอัลลอฮฺและไม่รู้หรือว่าอัลลอฮฺผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งบังเกิดพวกเขาและสร้างจักรวาลทั้งมวลนั้นทรงพลังและเดชานุภาพยิ่งใหญ่เหนือพวกเขา และพวกเขาก็ยังปฏิเสธสัญญาณต่าง ๆ ของเรา

16. ดังนั้นเราได้ส่งลมพายุที่หนาวเหน็บมีเสียงกึกก้องมายังพวกเขาในหลายวันแห่งความหายนะ เพื่อเราจะให้พวกเขาลิ้มการลงโทษอันน่าอับยศในชีวิตแห่งโลกนี้ และแน่นอนการลงโทษแห่งปรโลกนั้นย่อมอัปยศยิ่งกว่า และพวกเขาจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ (*1*)

(1)  ดังนั้นเราได้ส่งลมพายุที่หนาวเหน็บมีเสียงกึกก้องทำลายพวกอ๊าดด้วยเสียงและความหนาวเหน็บของลมพายุนั้นเป็นเวลาถึงเจ็ดคืนกับแปดวันอย่างต่อเนื่องกัน นี่คือการลงโทษอันน่าอัปยศซึ่งพวกอ๊าดได้รับในโลกดุนยานี้ ส่วนโลกอาคิเราะฮฺ พวกเขาจะได้รับการลงโทษที่น่าอัปยศยิ่งกว่า และพวกเขาจะไม่ได้รับการช่วยเหลือใด ๆ ให้พ้นจากการลงโทษได้

17. และส่วนพวกซะมูดนั้นเราได้ชี้แนะทางให้แก่พวกเขา แต่พวกเขาชอบเลือกเอาการตาบอดมากกว่าการอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง ดังนั้นความหายนะแห่งการลงโทษที่น่าอดสูก็ได้คร่าพวกเขาตามที่พวกเขาได้แสวงหาเอาไว้

18. และเราได้ช่วยบรรดาผู้ศรัทธา และบรรดาผู้ยำเกรงให้รอดพ้น (จากการลงโทษนั้น) (*1*)

(1)  ส่วนพวกซะมูดนั้นได้ชี้แนะทางฮิดายะฮฺและทางแห่งความสุขให้แก่พวกเขา แต่พวกเขาได้เลือกเอาการหลงทางมากกว่าการฮิดายะฮฺและเลือกเอาการกุฟรมากว่าการอีมาน พวกเขาได้ฆ่าอูฐที่อัลลอฮฺส่งมาและตั้งใจจะฆ่านะบีศอและฮฺ ดังนั้นการลงโทษที่น่าอัปยศอดสูก็ได้ทำลายพวกเขาตามที่พวกเขาได้ก่อกรรมเอาไว้ และเราได้ช่วยเหลือนะบีศอและฮฺและบรรดาผู้ศรัทธาที่มีความยำเกรงให้รอดพ้นจากการลงโทษดังกล่าว

19. และ (จงรำลึกถึง) วันหนึ่งซึ่งเมื่อเหล่าศัตรูของอัลลอฮฺจะถูกชุมนุมเข้าสู่ไฟนรกและ พวกเขาจะถูกจัดแถว ๆ (*1*)

(1)  จงรำลึกถึงวันที่อัลลอฮฺทรงชุมนุมเหล่าศัตรูของอัลลอฮฺ ณ ทุ่งมัหชัร เพื่อนำพวกเขาสู่นรกโดยที่พวกเขาจะถูกจัดเป็นแถว ๆ อย่างมีระเบียบ

20. จนกระทั่งเมื่อพวกเขามาถึงนรก หูของพวกเขา และตาของพวกเขาและผิวหนังของพวกเขาก็จะเป็นพยานคัดค้านพวกเขาตามที่พวกเขาได้กระทำไว้ (*1*)

(1)  เมื่อพวกเขาถูกนำมาถึงประตูนรก พวกเขาก็กล่าวคัดค้านว่า พวกเขาถูกอธรรมและกล่าวแก้ตัวให้แก่ตัวเอง อัลลอฮฺตะลาอา จึงมีบัญชาให้ หู ตา และผิวหนังของเขา พูดขึ้นมาเป็นพยานคัดค้านข้อแก้ตัวของพวกเขา และพวกเขาจะพูดตามข้อเท็จจริงที่พวกเขาได้กระทำไป

[1] [ 2] [ 3] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved