ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


47. ซูเราะฮฺ มุฮัมมัด (Muhammad)
ความหมายโดยสรุป

เป็นบัญญัติมะดะนียะฮฺ มี 38 อายะฮฺ

ซูเราะฮฺมุฮัมมัด เป็นซูเราะฮฺมะดะนียะฮฺ ซึ่งให้ความสนใจต่อการตราบทบัญญัติ เช่นเดียวกับซูเราะฮฺมะดะนียะฮฺอื่น ๆ สำหรับซูเราะฮฺนี้ได้กล่าวถึงบัญญัติแห่งการสู้รบ เชลย ทรัพย์สิน เชลยและสภาพของพวกมุชริกีน แต่แกนสำคัญที่ซูเราะฮฺนี้กล่าวถึงก็คือ เรื่องการต่อสู้ดิ้นรนในทางของอัลลอฮฺ

ซูเราะฮฺได้เริ่มต้นด้วยการเริ่มต้นที่ประหลาดคือประกาศสงครามอย่างเปิดเผยกับพวกกุฟฟารศัตรูของอัลลอฮฺและศัตรูของร่อซูลของพระองค์ ซึ่งพวกเขาได้ทำสงครามกับอิสลามโดยปฏิเสธท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยืนหยัดขัดขวางต่อต้านการดะอฺวะของมุฮัมมัด เพื่อกีดกันมิให้เข้ารับนับถือศาสนาของอัลลอฮฺ

“บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและปิดกั้นให้ห่างจากทางของอัลลอฮฺนั้น พระองค์ได้ทรงทำให้การงานของพวกเขาไร้ผล”

ซูเราะฮฺได้ใช้ให้บรรดามุอฺมินสู้รบกับพวกปฏิเสธศรัทธา และสังหารพวกเขาด้วยคมดาบของบรรดานักต่อสู้ดิ้นรน เพื่อกวาดล้างผืนแผ่นดินให้บริสุทธิ์จากความสกปรกของพวกเขา จนกระทั่งจะไม่ให้เสี้ยนหนามและพลังเหลืออยู่สำหรับพวกเขา แล้วได้เรียกร้องให้จับพวกเขาเป็นเชลยศึกหลังจากได้ฆ่าพวกเขาเป็นจำนวนมากและมีผู้บาดเจ็บจำนวนไม่น้อย “และเมื่อพวกเจ้าพบบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาก็จงฟันที่คอ (จงฆ่าเสีย) จนกระทั่งเมื่อพวกเจ้าปราบพวกเขาจนแพ้แล้วก็จงจับพวกเขาเป็นเชลย”

ต่อมาซูเราะฮฺได้ชี้แจงถึงแนวทางแห่งความมีเกียรติและชัยชนะ และได้วางเงื่อนไขในการช่วยเหลือของอัลลอฮฺต่อปวงบ่าวของพระองค์ที่เป็นผู้ศรัทธา ทั้งนี้ด้วยการยึดมั่นต่อบทบัญญัติของพระองค์ และสนับสนุนศาสนาของพระองค์ “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย หากพวกเจ้าสนับสนุน (ศาสนาของ) อัลลอฮฺ พระองค์ก็จะสนับสนุนพวกเจ้าและจะทรงตรึงเท้าของพวกเจ้าให้มั่นคง”

ซูเราะฮฺได้ยกอุทาหรณ์แก่พวกกุฟฟารมักกะฮฺถึงบรรดาผู้เกรี้ยวกราดที่มีกำลังเข้มแข้งในประชาชาติยุคก่อน ๆ และการที่อัลลอฮฺทรงทำลายล้างพวกเขาเพราะการกระทำผิด และความเกรี้ยวกราดของพวกเขา “พวกเขามิได้ท่องเที่ยวไปตามแผ่นดินดอกหรือ แล้วพิจารณาดูว่าบั้นปลายของประชาชาติในยุคก่อนหน้าพวกเขานั้นเป็นเช่นใด? อัลลอฮฺได้ทรงทำลายล้างพวกเขาและสำหรับพวกปฏิเสธศรัทธาก็เป็นเช่นเดียวกัน”

ซูเราะฮฺได้กล่าวถึงโดยละเอียดถึงลักษณะของพวกมุนาฟิกีน โดยถือว่าพวกเขาเป็นภัยอย่างร้ายแรงต่ออิสลามและมุสลิม และได้เปิดโปงถึงความชั่วและความน่าละอายของพวกเขาเพื่อเตือนมนุษย์ให้รู้ถึงกลอุบายและความชั่วร้ายของพวกเขา “และหากเราประสงค์แน่นอนเราจะเปิดเผยพวกเขาแก่เจ้าก็จะรู้จักพวกเขาอย่างแน่นอนที่เครื่องหมายของพวกเขา”

ซูเราะฮฺได้จบลงด้วยการเรียกร้องเชิญชวนบรรดามุอฺมินผู้ศรัทธาให้เจริญรอยตามแนวทางแห่งความมีเกียรติและชัยชนะ ด้วยการต่อสู้ดิ้นรนในทางของอัลลอฮฺ และมิให้อ่อนแอต่อหน้าพลังแห่งความชั่วและความอยุติธรรมและเตือนมิให้มีการเรียกร้องไปสู่การประนีประนอมกับเหล่าศัตรู เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งการมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะการมีชีวิตอยู่ในโลกดุนยานี้ย่อมสูญสลายและจบสิ้น และสิ่งที่มีอยู่ที่อัลลอฮฺนั้นเป็นการดีสำหรับคนดีทั้งหลาย

“ดังนั้นพวกเจ้าอย่าท้อแท้ และเรียกร้องไปสู่การสงบศึก เพราะพวกเจ้าเป็นผู้อยู่เหนือสุด และอัลลอฮฺทรงอยู่ร่วมกับพวกเจ้า และพระองค์จะไม่ทรงลิดรอนผลตอบแทนแห่งการงานของพวกเจ้า การมีชีวิตอยู่ในโลกดุนยานี้เป็นแต่เพียงการละเล่นและการสนุกสนานร่าเริงเท่านั้น และหากพวกเจ้าศรัทธาและยำเกรงพระองค์ก็จะทรงประทานรางวัลของพวกเจ้าแก่พวกเจ้า และพระองค์จะไม่ทรงขอทรัพย์สินของพวกเจ้า”

เช่นนี้แหละซูเราะฮฺได้จบลงด้วยการเรียกร้องไปสู่การญิฮาดต่อสู้ดิ้นรน เช่นเดียวกับได้เริ่มซูเราะฮฺไปสู่การนี้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการผลักดันความปราถนาอันแรงกล้าของบรรดามุอฺมินผู้ศรัทธา และเพื่อให้ตอนต้นกับจบสอดคล้องกันอย่างแนบเนียนและรัดกุม



1. บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และปิดกั้นให้ห่างจากทางของอัลลอฮฺนั้น พระองค์ได้ทรงทำให้การงานของพวกเขาไร้ผล (*1*)

(1)  คือบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อการให้ความเอกภาพต่ออัลลอฮฺ การพบพระองค์ สัญญาณต่างๆ ของพระองค์ ร่อซูลของพระองค์ และปิดกั้นบุคคลอื่น ๆ มิให้เข้าสู่อิสลาม การงานต่าง ๆ ที่ดีของพวกเขา เช่นการให้อาหารแก่คนยากจน และการต่อญาติจะไม่ปรากฏร่องรอยให้ปรากฏในวันกิยามะฮฺ

2. ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย และศรัทธาในสิ่งที่ถูกประทานแก่มุฮัมมัด และว่าอัลกุรอานนั้นเป็นสัจธรรมมาจากพระเจ้าของพวกเขา พระองค์จะทรงลบล้างความชั่วของพวกเขา ให้ออกไปจากพวกเขาและจะทรงปรับปรุงสภาพของพวกเขาให้ดีขึ้น(*1*)

(1)  ส่วนบรรดาผู้ที่มีคุณลักษณะรวมไว้ซึ่งการศรัทธาอย่างแท้จริง และกระทำความดี และศรัทธาในสิ่งที่ถูกประทานมาให้แก่มุฮัมมัดคืออัลกุรอาน และว่าอัลกุรอานนั้นเป็นคำกล่าวและเป็นวะฮีย.มาจากอัลลอฮ. พระองค์จะทรงลบล้างบาปกรรมต่าง ๆ ของพวกเขาในอดีตให้หมดสิ้นไป และจะปรับปรุงกิจการต่าง ๆ และสภาพการณ์ของพวกเขาให้ดีขึ้นทั้งโลกดุนยาและโลกอาคิเราะฮ.

3. ทั้งนี้เพราะว่า บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ปฏิบัติตามความเท็จ แต่ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาได้ปฏิบัติตามสัจธรรมมาจากพระเจ้าของพวกเขา เช่นนี้แหละอัลลอฮ.ทรงยกอุทาหรณ์ทั้งหลายของพวกเขาแก่ปวงมนุษย์ (*1*)

(1)  บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ปฏิบัติตามชัยฏอน และสิ่งที่มันล่อลวงเช่นการทำชิริก การทำความชั่วและก่อความเสียหาย ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาได้ปฏิบัติตามอัลกุรอาน ซึ่งประมวลไว้ด้วยหลักการศรัทธา ก็เพื่อให้มนุษย์ยึดถือเป็นบทเรียนเพื่อใคร่ครวญพวกเจ้าปราบพวกเขาจนแพ้แล้ว ก็จงจับพวกเขาเป็นเชลยหลังจากนั้นจะปล่อยเป็นไทหรือจะเรียกเอาค่าไถ่ก็ได้ จนกระทั่งการทำสงครามได้สิ้นสุดลงด้วยการวางอาวุธ (*1*) เช่นนั้นแหละ และหากอัลลอฮ.ทรงประสงค์แน่นอน พระองค์จะทรงตอบแทนการลงโทษพวกเขา (*2*) แต่ทั้งนี้เพื่อพระองค์จะทรงทดสอบบางคนในหมู่พวกเจ้ากับอีกบางคน ส่วนบรรดาผู้ที่ถูกฆ่าตายในทางของอัลลอฮ. พระองค์จะไม่ทรงทำให้การงานของพวกเขาไร้ผลเป็นอันขาด (*3*)

4. และเมื่อพวกเจ้าพบบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาก็จงฟันที่คอ (จงฆ่าเสีย) จนกระทั่งเมื่อพวกเจ้าปราบพวกเขาจนแพ้แล้ว ก็จงจับพวกเขาเป็นเชลยหลังจากนั้นจะปล่อยเป็นไทหรือจะเรียกเอาค่าไถ่ก็ได้ จนกระทั่งการทำสงครามได้สิ้นสุดลงด้วยการวางอาวุธ (*1*) เช่นนั้นแหละ และหากอัลลอฮ.ทรงประสงค์แน่นอน พระองค์จะทรงตอบแทนการลงโทษพวกเขา (*2*) แต่ทั้งนี้เพื่อพระองค์จะทรงทดสอบบางคนในหมู่พวกเจ้ากับอีกบางคน ส่วนบรรดาผู้ที่ถูกฆ่าตายในทางของอัลลอฮ. พระองค์จะไม่ทรงทำให้การงานของพวกเขาไร้ผลเป็นอันขาด (*3*)

(1)  คือเมื่อพวกเจ้าประจันบานกับพวกปฏิเสธศรัทธาในสนามรบก็จงฆ่าพวกเขาเสีย และเมื่อพวกเจ้าได้ฆ่าพวกเขาเป็นจำนวนมากแล้ว จนกระทั่งพวกเขาอ่อนกำลังลงเพราะถูกฆ่า และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากแล้วก็จงจับพวกเขาเป็นเชลย หลังจากนั้นพวกเจ้าจะเลือกเอาโดยปล่อยพวกเขาเป็นไท โดยไม่คิดค่าตอบแทนหรือจะเรียกเอาค่าไถ่ก็ได้ จนกระทั่งการทำสงครามได้สิ้นสุดลงด้วยการวางอาวุธ
(2)  โดยพวกเจ้าไม่ต้องลงมือฆ่า เช่นถูกแผ่นดินสูบหรือเกิดโรคตายระหว่างพวกเขา
(3)  แต่ทรงใช้ให้มีการฆ่าเพื่อฮิกมะฮ. คือ มีการทดสอบ คนมุอ.มินถูกฆ่าตายก็ได้เข้าสวรรค์ ส่วนกุฟฟารถูกฆ่าตายก็เข้า นรก

5. พระองค์จะทรงชี้แนะทางแก่พวกเขาและจะทรงปรับปรุงสภาพของพวกเขาให้ดีขึ้น

6. และจะทรงให้พวกเขาเขาสวนสวรรค์ ซึ่งพระองค์ทรงแจ้งให้พวกเขารู้แล้ว (*1*)

(1)  คือจะให้พวกเขาประสบความสำเร็จด้วยการได้รับความดีมีความสุขและมีสภาพดีขึ้น และจะให้พวกเขาเข้าสู่สวนสวรรค์ในวันกิยามะฮ.ตามที่พระองค์ทรงหวังให้พวกเขารู้ในคัมภีร์ของพระองค์และโดยหนทาง ร่อซูลของพระองค์

7. โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย หากพวกเจ้าสนับสนุน (ศาสนาของ) อัลลอฮ. พระองค์ก็จะทรงสนับสนุนพวกเจ้าและจะทรงตรึงเท้าของพวกเจ้าให้มั่นคง (*1*)

(1)  คือสนับสนุนศาสนาของพระองค์ ร่อซูลของพระองค์ และบรรดามุอ.มินแล้ว พระองค์ก็จะทรงช่วยเหลือพวกเจ้าให้มีชัยชนะเหนือศัตรูและจะให้พวกเจ้ามีความหนักแน่นอดทนในสนามรบ

8. ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น ความพินาศหายนะจะได้แก่พวกเขาและพระองค์ได้ทรงทำให้การงานของพวกเขาไร้ผล (*1*)

(1)  สำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น จะประสบแต่ความพินาศ และการขาดทุนพวกเขาจะไม่ได้รับประโยชน์อันใดจากการตอบแทน ดังนั้นการงานของพวกเขาจึงขาดทุนทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า

9. ทั้งนี้เพราะว่า พวกเขาเกลียดชังสิ่งที่อัลลอฮ.ทรงประทานลงมา พระองค์จึงทรงทำให้การงานของพวกเขาไร้ผล (*1*)

(1)  เพราะพวกเขาเกลียดชังอัลกุรอานที่ประมวลไว้ด้วยการฮิดายะฮ.ต่าง ๆ และการแก้ไขปรับปรุงมากมาย การงานของพวกเชาจึงไร้ผลและขาดทุน

10. พวกเขามิได้ท่องเที่ยวไปตามแผ่นดินดอกหรือ แล้วพิจารณาดูว่า บั้นปลายของประชาชาติในยุคก่อนหน้าพวกเขานั้นเป็นเช่นใด? อัลลอฮ.ได้ทรงทำลายล้างพวกเขา และสำหรับพวกปฏิเสธศรัทธาก็เป็นเช่นเดียวกัน (*1*)

(1)  พวกมุชริกีนเหล่านั้นมิได้ท่องเที่ยวไปตามหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อพิจารณาดูบั้นปลายของประชาชาติต่าง ๆ ในสมัยก่อน ๆ เช่น พวกอ๊าด และพวกซูมู๊ด อัลลอฮ. ได้ทรงทำลายล้างบ้านเรือนของพวกเขาผู้คนและทรัพย์สินของพวกเขาเหล่านั้นถูกทำลายอย่างราบเรียบ เพราะความดื้อรั้นไม่ยอมศรัทธา ดังนั้น

11. ทั้งนี้เพราะว่าอัลลอฮ.เป็นผู้ทรงคุ้มครองบรรดาผู้ศรัทธา และแน่นอนพวกปฏิเสธศรัทธาไม่มีผู้คุ้มครองสำหรับพวกเขา (*1*)

(1)  สำหรับผู้ศรัทธาทั้งหลายนั้นอัลลอฮ. แก่บรรดาผู้ศรัทธาและปฏิบัติความดีว่า ในวันกิยามะฮ.พระองค์จะให้พวกเขาได้เข้าสู่สวนสวรรค์ที่มีลำน้ำไหลผ่าน ณ เบื้องล่าง ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นในโลกดุนยามีความห่วงใยอยู่กับเรื่องปากท้องและความใคร่ พวกเขาไม่สนใจในเรื่องของโลกอาคิเราะฮ. ดังนั้นที่พำนักของพวกเขาคือไฟนรก และนี่คือสัญญาร้ายแก่พวกเขา

12. แท้จริงอัลลอฮ.จะทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลายเข้าสู่สวนสวรรค์หลากหลาย ณ เบื้องล่างสวนสวรรค์มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นพวกเขาจะหลงระเริงและกินเยี่ยงปศุสัตว์กัน และไฟนรกคือที่พำนักของพวกเขา (*1*)

(1)  นี่คือสัญญาของอัลลอฮตะอาลา แก่บรรดาผู้ศรัทธาและปฏิบัติความดีว่า ในวันกิยามะฮพระองค์จะให้พวกเขาได้เข้าสู่สวนสวรรค์ที่มีลำน้ำไหลผ่าน ณ เบื้องล่าง ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นในโลกดุนยามีความห่วงใยอยู่กับเรื่องปากท้องและความใคร่ พวกเขาไม่สนใจในเรื่องของโลกอาคิเราะฮ ดังนั้นที่พำนักของพวกเขาคือไฟนรก และนี่คือสัญญาร้ายแก่พวกเขา

13. และกี่เมืองมาแล้ว ที่มันมีพลังเข้มแข็งกว่าเมืองของเจ้า ซึ่งมันขับใสเจ้า (มุฮัมมัด)ออกไป เราได้ทำลายล้างพวกเขา ดังนั้น สำหรับพวกเขาจึงไม่มีผู้ช่วยเหลือ (*1*)

(1)  อายะฮ.นี้ถูกประทานลงมาขณะที่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ออกจากบ้านไปยังถ้ำซูร เพื่อจะอพยพไปยังนครอัลมะดีนะฮ. ท่านได้เหลียวหลังไปยังนครมักกะฮ.ด้วยความอาลัยอาวรณ์พลางกล่าวว่าเจ้าเป็นเมืองที่รักยิ่งของอัลลอฮ. และเป็นเมืองของอัลลอฮ.ที่รักยิ่งของข้า ถ้าหากพวกมุชริกีนไม่ขับไล่ให้ข้าออกข้าก็ไม่ออกไปจากเจ้าดอก ความหมายของอายะฮ.ก็คือมีเมืองต่าง ๆ มากมายที่ชาวเมืองแข็งแรงยิ่งชาวเมืองของเจ้าคือมักกะฮ.ที่พวกเขาไล่เจ้าให้ออกไปและพยายามที่จะสังหารเจ้า เราได้ทำลายล้างชาวเมืองเหล่านั้นและก็ไม่มีผู้ใดจะคุ้มครองช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษของเราได้อายะฮ.นี้เป็นการปลอบโยนท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

14. ดังนั้นผู้ที่อยู่บนหลักฐานอันชัดแจ้งจากพระเจ้าของเขาจะเหมือนกับผู้ที่ความชั่วแห่งการงานของเขาได้ถูกทำให้เพริศแพร้วแก่เขา และพวกเขาก็ปฏิบัติตามอารมณ์ต่ำของพวกเขากระนั้นหรือ? (*1*)

(1)  คำตอบก็คือย่อมไม่เหมือนกัน และไม่เท่าเทียมกัน

15. อุปมาของสวนสวรรค์ซึ่งบรรดาผู้ยำเกรงได้ถูกสัญญาไว้ในสวนสวรรค์นั้นมีธารน้ำหลายสายที่ไม่ผันแปร (ทั้งรสและกลิ่น) และธารน้ำนมหลายสาย ที่รสชาติของมันไม่เปลี่ยนแปลง และธารน้ำจัณฑ์ (เหล้า) หลายสายเป็นโอชะอร่อยแก่ผู้ดื่ม และธารน้ำผึ้งที่สะอาดบริสุทธิ์หลายสาย และสำหรับพวกเขาในสวนสวรรค์นั้นมีผลไม้หลายชนิด และการอภัยโทษจากพระเจ้าของพวกเขาจะเหมือนกับผู้ที่พำนักอยู่ในไฟนรก และถูกให้ดื่มน้ำร้อนจัดแล้วมันตัดลำไส้ของพวกเขากระนั้นหรือ? (*1*)

(1)  ลักษณะของสวนสวรรค์ที่มีธารน้ำต่าง ๆ เช่นธารน้ำจืด ธารน้ำนม ธารน้ำจัณฑ์ (เหล้า) และธารน้ำผึ้ง ซึ่งจะมีรสชาติโอชะอร่อยตามชนิดของมัน ทั้งรสและกลิ่นจะไม่เปลี่ยนแปลงหรือผันแปรอันเนื่องมาจากกาลเวลา และมีผลไม้นานาชนิด ทั้งนี้ตามคำมั่นสัญญาที่อัลลอฮ.ตะอาลา ทรงเตรียมไว้สำหรับปวงบ่าวผู้ยำเกรงต่อพระองค์ และพวกเขาเป็นปวงบ่าวผู้ใกล้ชิดที่เคารพภักดี ให้ความเป็นเอกภาพต่อพระองค์ และเชื่อฟังปฏิบัติตามพระองค์ในข้อใช้และข้อห้าม บรรดาผู้ที่อยู่ในสวนสวรรค์อันบรมสุข ย่อมจะไม่เท่าเทียมกับผู้ที่จมอยู่ในนรกตลอดกาล

16. ในหมู่พวกเขามีผู้เงี่ยหูฟังเจ้าจนกระทั่งเมื่อพวกเขาออกไปจากเจ้า พวกเขาก็จะพูดแก่ผู้มีความรู้ว่า เมื่อกี้นี้เขา (มุฮัมมัด) พูดอะไรกัน ชนเหล่านี้แหละคือบรรดาผู้ที่อัลลอฮ.ทรงประทับตราบนหัวใจของพวกเขา (*1*)และพวกเขาปฏิบัติตามอารมณ์ต่ำของพวกเขา

(1)  ในหมู่พวกมุนาฟิกีนมีผู้ฟังการแสดงคุตบะฮ.ของเจ้าเมื่อพวกเขาออกมาจากมัสยิดพวกเขาได้ถามอับดุลล.อฮ.อิบนี่มัสอูดว่าเมื่อกี้นี้มุฮัมมัดพูดอะไร? พวกเขาหมายถึงว่าสิ่งที่ท่านร่อซูลศ็อลฯพูดนั้นไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด พวกเหล่านี้อัลลอฮ.ทรงประทับตาการเป็นกุฟรและการนิฟากบนหัวใจของพวกเขาสาเหตุเพราะพวกเขาไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้องและยึดถืออารมณ์ต่ำเป็นที่ตั้ง

17. ส่วนผู้ที่ปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง พระองค์ทรงเพิ่มแนวทางที่ถูกต้องให้แก่พวกเขา และจะทรงประทานให้แก่พวกเขาซึ่งการยำเกรงของพวกเขา (*1*)

(1)  ส่วนบรรดามุอ.มินผู้ศรัทธาและปฏิบัติความดีอัลลอฮ.ก็จะเพิ่มการฮิดายะฮ.ให้แก่พวกเขา และทรงดลใจให้แก่พวกเขาถึงสิ่งที่พวกเขายำเกรง คือพวกเขากลัวต่อความกริ้วของอัลลอฮ.เช่นการชิริกและการฝ่าฝืน

18. ดังนั้น พวกเขามิได้คอยสิ่งใดนอกจากยามอวสานซึ่งมันจะมาหาพวกเขาอย่างกระทันหัน แต่ว่าเครื่องหมายต่าง ๆ ของมันได้มีมาแล้ว ดังนั้น เมื่อการตักเตือนของพวกเขาได้มายังพวกเขาแล้วจะเกิดประโยชน์อันใดเล่าแก่พวกเขา?(*1*)

(1)  บรรดาหัวหน้ากุฟฟารกุเรชในมักกะฮ.มิได้คอยสิ่งใดนอกจากยามอวสานคือวันกิยามะฮ.ที่จะมายังพวกเขาอย่างกระทันหันเครื่องหมายต่าง ๆ แห่งวันกิยามะฮ. ได้มีมาแล้ว เช่น การเป็นร่อซูลของมุฮัมมัด ศ็อลฯ ควันไฟ และการแยกของดวงจันทร์ ดังนั้นการขอลุแก่โทษจะไม่เกิดประโยชน์อันใดแก่พวกเขา ในเมื่อการตักเตือนและเครื่องหมายต่าง ๆ ได้มายังพวกเขาแล้ว

19. ฉะนั้นพึงรู้เถิดว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ. และจงขออภัยโทษต่อความผิดเพื่อตัวเจ้าและเพื่อบรรดาผู้ศรัทธาหญิง และอัลลอฮ.ทรงรู้ดียิ่งถึงพฤติการณ์ของพวกเจ้าและที่พำนักของพวกเจ้า (*1*)

(1)  ด้วยเหตุดังกล่าวพึงรู้เถิดว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ. และจงขออภัยโทษต่อความผิดของพวกเจ้าหน้าที่เป็นนุอ.มินชาย และมุอ.มินหญิง เพราะอัลลอฮ.ทรงรู้ดีถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ของพวกเจ้าทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

20. และบรรดาผู้ศรัทธากล่าวว่า ทำไม่สักซูเราะฮฺหนึ่งจึงไม่ถูกประทานลงมา? ครั้นเมื่อซูเราะฮฺหนึ่งที่รัดกุมชัดเจนถูกประทานลงมา และได้มีการทำสงครามถูกรวมไว้ในนั้น เจ้าจะเห็นบรรดาผู้ที่ในหัวใจของพวกเขามีโรคจะจ้องมองไปยังเจ้าเสมือนการมองของผู้เป็นลมใกล้จะตาย ดังนั้นความหายนะจงประสบแก่พวกเขาเถิด (*1*)

(1)  บรรดาผู้ศรัทธาสาวกของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวด้วยความหวังอยากให้ซูเราะฮฺหนึ่งถูกประทานลงมาใช้ให้ทำญิฮาด ครั้นเมื่อซูเราะฮฺเกี่ยวกับการทำญิฮาดถูกประทานลงมา มุฮัมมัดเจ้าจะเห็นบรรดาผู้ที่ในหัวใจของพวกเขาเป็นโรค คือโรคสงสัยและนิฟากจะจ้องมองไปยังเจ้าเหมือนกับการมองของผู้เป็นลมใกล้จะตาย เป็นการสมควรแล้วขอให้พวกเขาจงประสบกับความวิบัติเถิด

[1] [ 2] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved