ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


61. ซูเราะฮฺ อัศศ็อฟ (As-Saff)


1. สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินต่างแซ่ซ้อง สดุดีแด่อัลลอฮฺ และพระองค์ เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ (*1*)

(1)  ทุก ๆ สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและในแผ่นดิน เช่น มะลาอิกะฮฺ มนุษย์ ญิน สัตว์ทุกประเภททุกชนิด ต้นไม้สิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ต่างก็แซ่ซ้อนสดุดี ให้ความบริสุทธิ์ ให้เกียรติให้ความยิ่งใหญ่แด่อัลลอฮฺ ให้ความเป็นพระเจ้าแต่องค์เดียว และให้ความเป็นเอกภาพ

2. โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ทำไมพวกเจ้าจึงกล้าพูดในสิ่งที่พวกเจ้าไม่ปฏิบัติ

3. เป็นที่น่าเกลียดยิ่งที่อัลลอฮฺ การที่พวกเจ้าพูดในสิ่งที่พวกเจ้าไม่ปฏิบัติ (*1*)

(1)  โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์เอ๋ย ทำไมพวกเจ้าพูดสิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยลิ้นของพวกเจ้าแล้วพวกเจ้าไม่ปฏิบัติตามที่ได้พูดไว้ เป็นคำถามปฏิเสธเชิงประฌามในอายะฮฺต่อมาได้ย้ำถึงการปฏิเสธต่อพวกเขาว่า การกระทำของพวกเจ้านี้เป็นเรื่องใหญ่ คือเป็นที่เกลียดชังอย่างยิ่ง ณ ที่พระเจ้าของพวกเจ้าคือพูดแล้วไม่ปฏิบัติตามคำพูดสัญญาแล้วไม่ปฏิบัติตามสัญญากล่าวกัน ว่าคือการที่มนุษย์ใช้ให้พี่น้องของเขากระทำความดีแต่เขาไม่ปฏิบัติและห้ามคนอื่นมิให้กระทำความชั่ว แต่เขากระทำความชั่ว

4. แท้จริง อัลลอฮฺทรงรักบรรดาผู้ที่ต่อสู้ในทางของพระองค์เป็นแถวเดียวกัน ประหนึ่งพวกเขาเป็นอาคารที่ยึดมั่นแข็งแรง (*1*)

(1)  อัลกุรฎาบีย์กล่าวว่า ความหมายของอายะฮฺคือ อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงรักผู้ที่มีความหนักแน่นมั่นคงต่อสู้ในทางของอัลลอฮฺ เช่นเดียวกับอาคารที่ยึดมั่นแข็งแรง อันนี้เป็นการสอนให้บรรดามุอฺมินรู้ถึงวิธีการในการต่อสู้กับศัตรูของพวกเขา

5. และจงรำลึกเมื่อมูซาได้กล่าวแก่หมู่ชนของเขาว่า โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย ทำไมพวกท่านจึงทำร้ายฉัน และแน่นอนพวกท่านรู้แล้วมิใช่ หรือว่าแท้จริงฉันเป็นร่อซูลของอัลลอฮฺมายังพวกท่าน ดังนั้นเมื่อพวกเขาหันเหไป (จากแนวทาง ที่เที่ยงตรง ) อัลลอฮฺก็ทรงทำให้หัวใจของพวกเขาหันเหออกไป และอัลลอฮฺนั้นจะไม่ชี้แนะ ทางที่ถูกต้องแก่หมู่ชนผู้ฝ่าฝืน (*1*)

(1)  ในอายะฮฺนี้ทรงแจ้งให้ทราบว่า มูซาได้ใช้ให้หมู่ชนของเขา ให้ความเป็นเอกภาพแด่อัลลอฮฺต่อสู้ในแนวทางของอัลลอฮฺ เพี่อประกาศสัจธรรมทั้ง ๆ ที่พวกเขารู้ว่าอัลลอฮฺได้ส่งเขามาเป็นร่อซูลเพื่อเรียกร้องไปสู่ศาสนาของพระองค์ แต่พวกเขาก็ยังดื้อรั้นไม่ยอมปฏิบัติตาม ยิ่งกว่านั้นพวกเขายังทำร้ายร่อซูลของอัลลอฮฺอีกด้วย แน่นอนอัลลอฮฺจะไม่ทรงชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องและความดีให้แก่ผู้ฝ่าฝืน และหันเหออกจากการจงรักภักดีต่อพระองค์

6. และจงรำลึก เมื่ออีซา อิบนฺ มัรยัม ได้กล่าวว่า โอ้วงศ์วานของอิสรออีลเอ๋ย แท้จริงฉันเป็นร่อซูลของอัลลอฮฺมายังพวกท่าน เป็นผู้ยืนยันสิ่งที่มีอยู่ในเตารอฮฺก่อนหน้าฉันและเป็นผู้แจ้งข่าวดีถึงร่อซูลคนหนึ่งผู้จะมาภายหลังฉัน ชื่อของเขาคือ อะหมัด ครั้นเมื่อเขา (อะหมัด) ได้มายังพวกเขาพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้งแล้ว พวกเขากล่าวว่านี่คือมายากลแท้ ๆ (*1*)

(1)  ในอายะฮฺนี้ อีซา อิบนฺ มัรยัมได้แจ้งแก่ประชาชาติของเขาคือ บะนีอิสรออีล ว่าฉันนี้เป็นร่อซูลของอัลลอฮฺมายังพวกท่าน เพื่อยืนยันข้อบัญญัติต่าง ๆ ที่มีอยู่ในคัมภีร์ เตารอฮฺ และเป็นหลักฐานยืนยันถึงการเรียกร้องของฉันให้เคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ เช่นเดียวกับพวกท่านได้ศรัทธาต่อมูซา ฮารูน ดาวู๊ดและสุลัยมานดังนั้นพวกท่านจงศรัทธาต่อฉัน นอกจากนี้ฉันยังเป็นผู้แจ้งข่าวดีว่าจะมีร่อซูลคนหนึ่งถูกแต่งตั้งมาภายหลังจากฉันคือ อะหมัด หมายถึงท่านนะบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม ด้วยเหตุนี้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงกล่าวว่า ฉันเป็นผู้ได้รับคำวิงวอนของบิดาของฉัน อิบรอฮีม และเป็นผู้รับแจ้งข่าวดีของอีซา กล่าวคือขณะที่อิบรอฮีม และลิสมาอีลได้สร้างบ้าน (บัยตุลลอฮฺ ทั้งสองได้กล่าววิงวอนไว้ตามที่พระองค์ได้กล่าวไว้ว่า “โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ได้โปรดส่งร่อซูลคนหนึ่งจากพวกเขาไปยังพวกเขา เพื่อที่จะได้สาธยายอายาตต่าง ๆ ของพระองค์ท่านให้พวกเขาฟัง… “อัลบะเกาะเราะฮฺ 129 และคำตรัสของพระองค์ในอายะฮฺนี้ ครั้นเมื่อเขา (มุฮัมมัด) ได้มายังพวกเขาพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้ง” คือพร้อมด้วยหลักฐานที่ชี้บ่งถึงการเป็นร่อซูลจริงและจำเป็นต้องปฎิบัติตามเขาในเรื่องเกี่ยวกับการศรัทธาและบทบัญญัติ แต่พวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาต่อเขาและกล่าวว่า นี่คือมายากลแท้ๆ“ เสมือนกับที่ฟิรเอานฺได้กล่าวกับมูซา และพวกยะฮูดได้กล่าวกับอีซา อะลัยฮิสสลาม

7. และผู้ใดเล่าจะอธรรมยิ่งกว่าผู้กล่าวเท็จต่ออัลลอฮฺ ด้วยปากของพวกเขาขณะที่เขาถูกเชิญชวนสู่อิสลาม และอัลลอฮฺนั้นจะไม่ชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่หมู่ชนผู้อธรรม (*1*)

(1)  กล่าวเท็จต่ออัลลอฮฺด้วยการกล่าวว่า นะบีของพระองค์เป็นมายากล และว่าอายาตของอัลลอฮฺที่ถูกประทานมาเป็นมายากล

8. พวกเขาปรารถนาที่จะดับรัศมีของอัลลอฮฺด้วยปากของพวกเขา แต่อัลลอฮฺเป็นผู้ทำให้รัศมีของพระองค์สมบูรณ์ แม้ว่าพวกปฏิเสธศรัทธาจะเกลียดชังก็ตาม (*1*)

(1)  พวกมุชริกีนประสงค์ที่จะดับรัศมีของอัลลอฮฺ คือศาสนาของอัลลอฮฺ และบทบัญญัติต่าง ๆ ของพระองค์ด้วยคำกล่าวเท็จไม่เป็นความจริง แต่อัลลอฮฺเป็นผู้ทำให้รัศมีของพระองค์สมบูรณ์ คือจะทรงทำให้ศาสนาของพระองค์แพร่หลายไป ทั่วทุกสารทิศ

9. พระองค์คือผู้ทรงส่งร่อซูลของพระองค์ด้วยการชี้นำทางและศาสนาแห่งสัจธรรมเพื่อพระองค์จะทรงให้ศาสนาอิสลามอยู่เหนือศาสนาทั้งมวล ถึงแม้พวกตั้งภาคีจะเกลียดชังก็ตาม (*1*)

(1)  ชี้นำทางที่ถูกต้องแห่งมนุษยชาติและศาสนาอิสลาม เพื่อให้ศาสนาของพระองค์อยู่เหนือศาสนาอื่น ๆ และคงเหลืออยู่ศาสนาเดียว ถึงแม้การช่วยเหลือของพระองค์นี้จะเป็นเกลียดชังแก่พวกมุชรีกีนก็ตาม

10. โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ข้าจะชี้แนะแนวทางแก่พวกเจ้าไหมเล่า ถึงการค้าที่จะช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากการลงโทษอันเจ็บปวด (*1*)

(1)  คือข้าจะชี้แนะแก่พวกเจ้าถึงการค้าที่มีผลกำไร ซึ่งจะทำให้พวกเจ้าพ้นจากลงโทษอันเจ็บปวดซึ่งจะเป็นที่คาดหมายของพวกเจ้า

11. นั้นคือพวกเจ้าต้องศรัทธาต่ออัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์ และต่อสู้ดิ้นรนในทางอัลลอฮฺ ด้วยทรัพย์สินของพวกเจ้าและชีวิตของพวกเจ้า นั่นเป็นการดียิ่งสำหรับพวกเจ้าหากพวกเจ้ารู้ (*1*)

(1)  คือพวกเจ้าจะต้องเชื่อมั่นศรัทธาต่ออัลลอฮฺว่าเป็นพระเจ้า องค์เดียวและมุฮัมมัดเป็นร่อซูลและนะบีของอัลลอฮฺและเสียสลบะทรัย์สินและชีวิตของพวกเจ้าเพื่อเป็นการญิฉาดใน แนวทางของอัลลอฮฺ เพราะการทำสัญญาตกลงซื้อขายนี้เป็นการได้เปรียบและเป็นโอกาสดีแก่พวกเจ้า

12. พระองค์จะทรงอภัยให้แก่พวกเจ้า ซึ่งการทำบาปของพวกเจ้า และจะทรงให้พวกเจ้าเข้าในสวนสวรรค์หลากหลาย มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ณ เบื้องล่างของสวนสวรรค์ และที่พำนักอันบรมสุขในสวนสวรรค์หลากหลายอันสถาพร นั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง (*1*)

(1)  นั่นคือผลกำไรสุทธิเป็นการแลกเปลี่ยนกับต้นทุนที่สูญเสียไป นั่นคือทรัพย์สินและชีวิต ทั้ง ๆ ที่ทั้งหมดนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้ซึ่งได้ประทานชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พวกเจ้า นั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวงคือพ้นจากการลงโทษในนรกแล้วได้เข้าสวนสวรรค์เป็นการพำนักอยู่อย่างสุขสำราญและถาวร

13. และสิ่งอื่น ๆ อีกที่พวกเจ้ารักชอบมันการช่วยเหลือจากอัลลอฮฺและการพิชิตอันใกล้นี้และจงแจ้งข่าวดีแด่บรรดาผู้ศรัทธาเถิด (*1*)

(1)  นอกจากนั้นผลดีอื่น ๆ ที่จะติดตามมาก็คือความช่วยเหลือให้ได้รับชัยชนะจากอัลลอฮฺ เหนือเหล่าศัตรูของพวกเจ้า และความช่วยเหลือแก่ศาสนาของพวกเจ้าให้ดีเด่นเหนือศาสนาอื่น ๆ และการพิชิตเมืองมักกะฮฺและหัวเมืองอื่น ๆ ในคาบสมุทรอาหรับตลอดจนเมืองอื่น ๆ จงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาต่อเรา ร่อซูลของเรา ต่อสัญญาดีและสัญญาร้ายของเราว่าพวกเขาจะได้รับรางวัลตามที่เราได้กล่าวมาอย่างสมบูรณ์ และคำมั่นสัญญาดังกล่าวนั้นก็ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์

14. โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ! จงเป็นผู้ช่วยเหลือในทางของอัลลอฮฺ ดังเช่น อีซา อิบนฺมัรยัมได้กล่าวแก่บรรดาสาวกว่า ผู้ใดจะเป็นผู้ช่วยเหลือฉันไปยังอัลลอฮฺบ้าง? บรรดาสาวกได้กล่าวว่า พวกเราเป็นผู้ช่วยเหลือในทางของอัลลอฮฺ (*1*) ดังนั้นกลุ่มหนึ่งจากวงศ์วารของอิสรออีลได้ศรัทธา และอีกกลุ่มหนึ่งได้ปฏิเสธศรัทธา แต่เราได้ช่วยเสริมสร้างกำลังแก่บรรดาผู้ศรัทธาให้เหนือกว่าศัตรูของพวกเขา แล้วพวกเขาก็กลายเป็นผู้มีชัยชนะ (*2*)

(1)  คือจงยึดมั่นเป็นผู้ช่วยเหลือพระเจ้าของพวกเจ้าในเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนาของพระองค์ นะบีของพระองค์ และบรรดาคนรักของพระองค์ที่เป็นผู้ศรัทธา ดังเช่นบรรดาสาวกของ อีซา อิบนฺมัรยัม ได้ช่วยเหลือสนับสนุนศาสนาของอัลลอฮฺในขณะที่อีซาได้กล่าวขอความช่วยเหลือจากบรรดาสาวกของเขา
(2)  ดังนั้นวงศ์วารของบะนีอิสรออีลก็แบ่งแยกออกเป็นสอง กลุ่ม กลุ่มหนึ่งศรัทธาและปฏิบัติตามเขาอีกกลุ่มหนึ่งปฏิเสธศรัทธาและต่อต้านเขา ด้วยเหตุนี้เราจึงช่วยเหลือสนับสนุน กลุ่มผู้ศรัทธาให้มีกำลังเข้มแข็งกว่ากลุ่มศัตรูผู้ปฏิเสธศรัทธา แล้วผู้ศรัทธาก็ได้รับชัยชนะในทุกกรณี

[1]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved