ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


63. ซูเราะฮฺ อัลมุนาฟิกูน (Al-Munafiqun)


1. เมื่อพวกสับปลับ (มุนาฟินกูน) มาหาเจ้า พวกเขากล่าวว่า เราขอปฏิญาณว่า แท้จริงท่านเป็นร่อซูลของอัลลอฮฺแต่อัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่งว่า แท้จริงเจ้านั้นเป็นร่อซูลของพระองค์อย่างแน่นอน และอัลลอฮฺทรงเป็นพยานว่า แท้จริงพวกมุนาฟิกีนนั้นเป็นผู้กล่าวเท็จอย่างแน่นอน (*1*)

(1)  คือเมื่อพวกมุนาฟิกีน คืออับดุลลอฮฺ อิบนฺ อุบัยย์ และพรรคพวกของเขาได้กล่าวว่า พวกเขาขอปฏิญาณว่าแท้จริงท่านเป็นร่อซูลของอัลลอฮฺ ทั้งนี้เป็นแต่เพียงคำพูดมิได้กล่าวออกมาจากใจจริง อัลลอฮฺ ตะอาลา จึงตรัสว่า “แต่อัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่งว่าแท้จริงเจ้านั้นเป็นร่อซูลของพระองค์อย่างแน่นอน” ถึงแม้พวกมุนาฟิกีนจะยืนยันหรือไม่ยืนยันก็ตาม และอัลลอฮฺทรงเป็นพยานได้ว่าพวกมุนาฟิกีนนั้นเป็นผู้กล่าวเท็จในการกล่าวปฏิญาณของพวกเขา

2. พวกเขาได้ถือเอาการสาบานของพวกเขาเป็นโล่ห์แล้วก็กีดกันจากทางของอัลลอฮฺ แท้จริง สิ่งที่พวกเขาได้กระทำไปนั้นช่างชั่วช้าจริง ๆ (*1*)

(1)  คือพวกเขาได้ถือเอาการสาบานเท็จของพวกเขา ว่าพวกเขาเป็นผู้ศรัทธา เพื่อป้องกันตัวของพวกเขาเองและครอบครัวของพวกเขาให้พ้นจากการถูกฆ่าและถูกจับเป็นเชลย อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงประณามพวกเขาว่า การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ชั่วช้าสารเลวจริงๆ

3. นั่นเป็นเพราะพวกเขาศรัทธาแล้วก็ปฏิเสธศรัทธา ดังนั้นจึงถูกผนึกบนหัวใจของพวกเขาแล้วพวกเขาก็ไม่เข้าใจ(*1*)

(1)  ทั้งนี้เพราะการกระทำอันชั่วช้าของพวกเขานั้นคือพวกเขาได้กล่าวทางวาจาว่าพวกเขาเป็นผู้ศรัทธา แต่ในจิตใจของพวกเขานั้นมิได้ศรัทธา ดังนั้นอัลลอฮฺจึงผนึกบนหัวใจของพวกเขา เป็นเหตุให้พวกเขาไม่เข้าใจความหมายของการศรัทธาและไม่รู้ว่าอะไรคือความถูกต้อง อะไรคือความเท็จ

4. และเมื่อเจ้าได้เห็นพวกเขาแล้วร่างกายของพวกเขาจะเป็นที่พึงพอใจแก่เจ้า และหากพวกเขาพูด เจ้าก็จะฟังคำพูดของพวกเขา ประหนึ่งว่าพวกเขาเป็นท่อนไม้ที่ถูกยันไว้ พวกเขาคิดว่าทุก ๆ เสียงร้องนั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อพวกเขา พวกเขาคือศัตรู ดังนั้นจงระวังพวกเขา ขออัลลอฮฺทรงให้ความอัปยศแก่พวกเขา ทำไมเล่าพวกเขาจึงหันเหออกไปทางอื่น (*1*)

(1)  เมื่อเจ้า (โอ้มุฮัมมัด) เห็นพวกมุนาฟิกีนเหล่านั้น เจ้าจะชอบใจต่อสภาพและรูปร่างของพวกเขา อีกทั้งประทับใจในคำพูดของพวกเขา อิบนฺ อับบาส กล่าวว่า อิบนฺซะลูล เป็นผู้มีรูปร่างสวยงามและพูดจาไพเราะ ดังนั้นเมื่อเขาเข้าร่วมในที่ประชุมของท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ผู้ที่พบเห็นเขาจะพึงพอใจในตัวเขา กระนั้นก็ดีพวกเขาก็มีสภาพคล้ายท่อนไม้ที่ถูกยันไว้ที่กำแพง หมายถึงท่อนไม้ที่ปราศจากวิญญาณ เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงร้องหรือเสียงดัง พวกเขาจะกลัวจนตัวสั่น อันเป็นสภาพของพวกหน้าไหว้หลังหลอกหรือมุนาฟิก อัลลอฮฺทรงเตือนไว้ว่าพวกเหล่านี้คือศัตรู จงระวังให้ดี เพราะพวกเขามิได้หวังดีต่อบรรดามุอฺมินเลย ขอให้พวกเขาจงประสบความพินาศเถิด ทำไมพวกเขาจึงหันห่างออกจากแนวทางที่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่ปรากฏหลักฐานอย่างชัดแจ้งแก่พวกเขาแล้ว

5. และเมื่อได้มีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า จงมาเถิดร่อซูลของอัลลอฮฺ จงขออภัยโทษให้แก่พวกท่าน พวกเขาก็หันศีรษะของพวกเขาไปอีกทางหนึ่ง และเจ้าเห็นพวกเขาผินหลังออกไปทั้ง ๆ ที่พวกเขาเป็นผู้หยิ่งผยอง (*1*)

(1)  คือเมื่อได้มีการกล่าวกับพวกมุนาฟิกีนว่า จงไปหาร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพื่อให้ท่านขออภัยโทษจากอัลลอฮฺ พวกเขาจะสั่นหน้า และยกไหล่เป็นการเหยียดหยามและหยิ่งยะโส และเจ้าจะเห็นพวกเขาผินหลังออกไปพร้อมกับแสดงอาการหยิ่งผยอง

6. มีผลเท่ากันแก่พวกเขาที่เจ้าจะขออภัยโทษให้แก่พวกเขาหรือไม่ขออภัยโทษแก่พวกเขาก็ตาม อัลลอฮฺจะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงชี้แนะทางแก่หมู่ชนผู้ฝ่าฝืน (*1*)

(1)  คือมีผลเท่ากันทั้งสองกรณีสำหรับพวกเขา เพราะการขออภัยโทษของเจ้าแก่พวกเขาจะไม่เกิดประโยชน์อันใด เพราะความชั่วของพวกเขาและการไม่จงรักภักดีของพวกเขาต่ออัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์

7. พวกเขาคือผู้ที่กล่าวว่า อย่าบริจาคให้แก่ผู้ที่อยู่กับร่อซูลของอัลลอฮฺ เพื่อพวกเขาจะได้แยกย้ายออกไป แต่ขุมคลังแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นเป็นของอัลลอฮฺ แต่ว่าพวกมุนาฟิกีนไม่เข้าใจ (*1*)

(1)  คือพวกชั่วช้าเหล่านั้นกล่าวว่า ท่านทั้งหลายอย่าได้บริจาคให้แก่พวกมุฮาญิรีน เพื่อที่พวกเขาจะได้แยกย้ายหนีออกจากมุฮัมมัด ความหวังของพวกเขาจงพินาศไปเถิดโดยที่พวกเขาคิดว่าริซกีของพวกมุฮาญิรีนอยู่ในมือของพวกเขา พวกเขาหารู้ไม่ว่าริซกีนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮฺต่างหาก

8. พวกเขากล่าวว่า ถ้าเรากลับไปยังนครมะดีนะฮฺ พวกที่มีเกียรติกว่าจะขับไล่พวกที่ต่ำต้อยออกจากนครมะดีนะฮฺส่วนอำนาจนั้นเป็นของอัลลอฮฺ และร่อซูลของพระองค์และบรรดาผู้ศรัทธา แต่ว่าพวกมุนาฟิกีนนั้นหารู้ไม่ (*1*)

(1)  โปรดดูรายละเอียดในตอนท้ายของความหมายโดยสรุปของซูเราะฮฺนี้

9. โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย อย่าให้ทรัพย์สินของพวกเจ้าและลูกหลานของพวกเจ้าหันเหพวกเจ้าจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺ และผู้ใดกระทำเช่นนั้น ชนเหล่านั้นคือพวกที่ขาดทุน (*1*)

(1)  หลังจากได้กล่าวถึงความชั่วช้าเลวทรามของพวกมุนาฟิกีนแล้ว พระองค์ทรงห้ามบรรดามุอฺมินมิให้เลียนแบบพวกเหล่านั้นในการหลงใหลเคลิบเคลิ้มกับทรัพย์สมบัติและลูกหลาน ความหมายก็คือ โอ้บรรดามุอฺมินเอ๋ย อย่าให้ทรัพย์สมบัติและลูกหลานเป็นที่พะวงหรือทำให้พวกเจ้าหันห่างจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺ และการทำอิบาดะฮฺต่อพระองค์ เช่น การละหมาด บริจาคซะกาต และการทำฮัจย์ เช่นเดียวกับสภาพของพวกมุนาฟิกีน

10. และจงบริจาคจากสิ่งที่เราได้ให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าก่อนที่ความตายจะเกิดขึ้นแก่ผู้ใดในหมู่พวกเจ้า แล้วเขาก็จะกล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ มาตรว่าพระองค์ท่านทรงผ่อนผันให้แก่ข้าพระองค์อีกชั่วเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อที่ข้าพระองค์จะได้บริจาคและข้าพระองค์ก็จะอยู่ในหมู่คนดีทั้งหลาย (ผู้ทรงคุณธรรม) (*1*)

(1)  อิบนฺ กะซีรกล่าวว่า ทุกคนที่ได้ละเมิดกระทำความผิดจะเสียใจ ขณะที่อยู่ใกล้กับความตายและจะขอยืดเวลาเพื่อจะได้กลับไปทำความดีแทนความชั่วที่ได้กระทำไปในอดีต แต่มันเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว

11. แต่อัลลอฮฺจะไม่ทรงผ่อนผันให้แก่ชีวิตใด เมื่อกำหนดของมันได้มาถึงแล้ว และอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ (*1*)

(1)  คืออัลลอฮฺจะไม่ทรงยืดเวลาให้แก่ผู้ใดเป็นอันขาดเมื่อความตายได้มาถึงเขาแล้ว ในการนี้เป็นการส่งเสริมให้รีบเร่งปฏิบัติคุณงามความดีก่อนที่ความตายจะมาถึงโดยไม่รู้สึกตัว

[1]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved