ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


67. ซูเราะฮฺ อัลมุลกฺ (Al-Mulk)


1. ความเจริญสุขจงมีแด่พระผู้ซึ่งอำนาจอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ (*1*) และพระองค์คือผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง (*2*)

(1)  อิบนฺอับบาสกล่าวว่า พระผู้ซึ่งอำนาจอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ คือ พระองค์จะให้เกียรติแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และจะทรงให้ต่ำต้อยแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ ทรงให้เป็นและทรงให้ตาย ทรงให้ร่ำรวยและทรงให้ยากจน และทรงประทานให้และทรงหวงห้าม
(2)  คือพระองค์ทรงอานุภาพอย่างสมบูรณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง ทรงบริหารและจัดระบบอย่างสมบูรณ์ในทุกกิจการโดยปราศจากผู้โต้แย้งและผู้ต่อต้าน

2. พระผู้ทรงให้มีความตายและให้มีความเป็น (*1*) เพื่อจะทดสอบพวกเจ้าว่า ผู้ใดบ้างในหมู่พวกเจ้าที่มีผลงานดียิ่ง (*2*) และพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงให้อภัยเสมอ

(1)  บรรดาอุละมาอฺกล่าวว่า ความตายมิใช่การสูญสิ้นและการตัดขาดอย่างสมบูรณ์จาการมีชีวิตหากแต่เป็นการเคลื่อนย้ายจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่ยืนยันในศ่อเฮี้ยะฮฺว่า คนตายนั้น ได้ยิน เห็น และรู้สึกในกุบูรของเขา
(2)  เพื่อที่จะได้เห็นคนดีในหมู่พวกเจ้าจากคนเลว

3. พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งเจ็ดเป็นชั้น ๆ เจ้าจะไม่เห็นแต่อย่างใดในความไม่ได้สัดส่วนในการสร้างของพระผู้ทรงกรุณาปรานี (*1*) ดังนั้นเจ้าจงหันกลับมามองดูซิ เจ้าเห็นรอยร้าวหรือช่องโหว่บ้างไหม ?

(1)  คือเจ้าจะไม่เห็นการขาดตกบกพร่อง หรือการไม่ได้สัดส่วนหรือความแตกต่างกันอย่างมากมายแต่ทว่าเป็นไปอย่างรัดกุม และเหมาะสมที่สุด

4. แล้วจงหันกลับมามองอีกเป็นครั้งที่สอง สายตานั้นก็จะกลับมายังเจ้าด้วยการยอมจำนนและในสภาพที่ละเหี่ย(*1*)

(1)  อัลกุรฏมีย์กล่าวว่า เจ้าจงกลับมามองอีกเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สาม สายตาของเจ้าก็จะยอมจำนนและมีความยำเกรงเจ้าจะมองไม่เห็นสิ่งใด ที่มีความบกพร่อง การที่ใช้ให้กลับมามองอีกครั้งหนึ่งนั้น เพราะการมองครั้งครั้งแรกอาจจะไม่เห็นความบกพร่อง ความมุ่งหมายที่ให้หันกลับมามองอีกครั้งหนึ่งนั้น คือ การมองหลาย ๆ ครั้ง

5. และโดยแน่นอนเราได้ประดับท้องฟ้าของโลกนี้ด้วยดวงดาวเป็นแสงประทีป และเราได้ทำให้มันเป็นอาวุธไล่ชัยฏอน (*1*) และเราได้เตรียมการลงโทษด้วยไฟอันร้อนแรงสำหรับพวกมัน (*2*)

(1)  คือประดับชั้นฟ้าชั้นแรก ซึ่งใกล้กับแผ่นดินด้วยดวงดาวเป็นแสงประทีป นักตัฟซีร กล่าวว่า ที่เรียกดวงดาวเป็นแสงประทีปนั้น เพราะมีแสงสว่างในเวลากลางคืนคล้ายกับแสงตะเกียง และทำให้มีประโยชน์ชนิดอื่นอีก คือใช้สำหรับขว้างและขับไล่ชัยฏอนซึ่งเป็นศัตรูของพวกเจ้า ซึ่งมันคอยแอบฟังข่าวคราวจากชั้นฟ้า ก้อตาดะฮฺกล่าวว่า อัลลอฮฺทรงสร้างดวงดาวเพื่อเป็นเครื่องหมายชี้แนะทางแก่ผู้เดินทาง ทางบกและทางทะเล คือเราได้เตรียมการลงโทษด้วยไฟอันร้อนแรงไว้สำหรับชัยฏอนในวันกิยามะฮฺ หลังจากมันได้ถูกเผาไหม้ในโลกดุนยา

6. และสำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเขานั้น คือการลงโทษแห่งนรกญะฮันนัม และมันเป็นทางกลับที่ชั่วช้ายิ่ง (*1*)

(1)  การลงโทษนั้นมิได้จัดเตรียมไว้เฉพาะพวกชัยฏอนเท่านั้นหากแต่ได้เตรียมไว้สำหรับทุก ๆ ผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺที่เป็นญินและมนุษย์

7. เมื่อพวกเขาถูกโยนลงไปในนรกพวกเขาจะได้ยินเสียงของมันครวญครางขณะที่มันกำลังกเดือนพล่าน

8. มันแทบจะระเบิดออกไปเพราะความเคียดแค้น (*1*) ทุกครั้งที่พวกหนึ่งถูกโยนลงไปในมัน ยามเฝ้านรกจะถามพวกเขาว่า มิได้มีผู้ตักเตือนมายังพวกเจ้าดอกหรือ (*2*)

(1)  คือเมื่อมะลาอิกะฮฺจับพวกเขาโยนลงไปในนรก พวกเขาจะได้ยินเสียงของนรกครวญครางเพราะความโกรธแค้นคล้ายเสียงร้องของลา
(2)  ยามเฝ้านรกจะถามพวกเขาทุกครั้งที่ได้ยินเสียงโยนลงไปว่า มิได้มีร่อซูลมาตักเตือนพวกเจ้าถึงการลงโทษของอัลลอฮฺในวันกิยามะฮฺ และเรียกร้องสู่การอีมานและการจงรักภักดีดอกหรือ ?

9. พวกเขากล่าวว่า มี ได้มีผู้ตักเตือนมายังเรา แต่พวกเราได้ปฏิเสธ และเรากล่าวอีกว่า อัลลอฮฺมิได้ทรงประทานสิ่งใดลงมาพวกท่านต่างหากที่อยู่ในการหลงผิดอย่างมาก (*1*)

(1)  พวกเขาตอบว่า มี ได้มีผู้ตักเตือนมายังเรา แต่พวกเราได้ปฏิเสธบรรดาร่อซูลเหล่านั้น โดยเราตอบโต้การเรียกร้องของพวกเขาว่า อัลลอฮฺมิได้ประทานสิ่งใดลงมาตามที่พวกท่านกล่าวและเรียกร้องเชิญชวนพวกเราเลย หากแต่ท่านอยู่ในการหลงผิดทางสติปัญญาและการคาดคิดที่ผิดอย่างมาก

10. และพวกเขากล่าวอีกว่า หากพวกเราฟังและใช้สติปัญญาใคร่ครวญ พวกเราก็จะมิได้มาอยู่เป็นชาวนรกอย่างนี้ดอก (*1*)

(1)  พวกกุฟฟารกล่าวยอมรับในความผิดของพวกเขาว่า หากพวกเรามีสติปัญญาใคร่ครวญในสิ่งที่เราได้รับการตักเตือนมา พวกเราก็จะไม่อยู่ในสภาพเช่นนี้ดอก

11. พวกเขายอมสารภาพในความผิดของพวกเขา แต่มันห่างไกลไปเสียแล้วสำหรับชาวนรก (*3*)

(1)  อิบนฺ กะซีรกล่าวว่า พวกเขาเสียใจในการกระทำผิดของพวกเขาแต่ความเสียใจนั้นไม่บังเกิดผลอย่างใดแก่พวกเขาประโยคนี้เป็นการขอพรให้แก่พวกหลงผิด “ขออัลลอฮฺทรงให้พวกเขาห่างไกลจากความเมตตาของพระองค์”

12. แท้จริงบรรดาผู้ยำเกรงต่อพระเจ้าของพวกเขาโดยทางลับ (*1*) สำหรับพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง

(1)  คือพวกยำเกรงพระเจ้าของพวกเขาโดยไม่เห็นพระองค์ และระงับการกระทำฝ่าฝืนโดยหวังความโปรดปรานของอัลลอฮฺ

13. และพวกเจ้าจงปิดบังคำพูดของพวกเจ้าหรือเปิดเผยมันก็ตาม แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในทรวงอก (*1*)

(1)  อิบนฺอับบาส กล่าวว่า อายะฮฺนี้ถูกประทานลงมาเพราะพวกมุชริกีนได้วางแผนเพื่อจะทำร้ายท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แต่ญิบรีลได้แจ้งข่าวการวางแผนตามที่พวกเขาได้พูดกันในระหว่างพวกเขาว่า จงปิดบังคำพูดของพวกท่านไว้ เพื่อมิไห้พระเจ้าของมุฮัมมัดได้ยิน อัลลอฮฺจึงทรงแจ้งข่าวว่าไม่มีความลับอันใดที่จะถูกปกปิดจากพระองค์ได้

14. พระผู้ทรงสร้างจะมิทรงรอบรู้ดอกหรือ ? พระองค์คือผู้ทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วนผู้ทรงตระหนักยิ่ง (*1*)

(1)  คือพระผู้ทรงสร้างจะไม่รู้ถึงสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหลายดอกหรือ ? แน่นอนพระองค์ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนไม่มีสิ่งใดที่จะรอดพ้นจากการรู้ของพระองค์ไปได้

15. พระองค์คือผู้ทรงทำแผ่นดินนี้ให้ราบเรียบสำหรับพวกเจ้า ดังนั้นจงสัญจรไปตามขอบเขตของมันและจงบริโภคจากปัจจัยยังชีพของพระองค์ และยังพระองค์เท่านั้นการฟื้นคืนชีพ (*1*)

(1)  อัลลอฮฺทรงทำให้แผ่นดินนี้ราบเรียบสะดวกเพื่อการสัญจรไปมา ดังนั้นพวกเจ้าจะต้องกลับไปหาพระองค์เพื่อรับการตอบทนการกระทำของพวกเจ้าในโลกดุนยานี้

16. พวกเจ้าจะปลอดภัยละหรือ จากการที่พระองค์ทรงสถิตย์อยู่ ณ ฟากฟ้าจะให้แผ่นดินสูบพวกเจ้าแล้วขณะนั้นมันจะหวั่นไหว (*1*)

(1)  คือถ้าอัลลอฮฺจะทรงให้แผ่นดินสูบพวกเจ้าทั้งหมดลงไปในก้นบึ้งของแผ่นดินนี้และขณะที่มันสูบพวกเจ้าลงไปนั้นมันจะสั่นสะเทือนหวั่นไหว พวกเจ้าจะปลอดภัยละหรือ ?

17. หรือว่าพวกเจ้าจะปลอดภัยจากการที่พระผู้ทรงสถิตย์อยู่ ณ ฟากฟ้า จะทรงส่งลมหอบก้อนกรวดให้กระหน่ำมายัง พวกเจ้า (*1*) แล้วพวกเจ้าจะได้รู้ว่าการตักเตือนของข้าเป็นเช่นใด ?

(1)  คือถ้าอัลลอฮฺ ตะอาลา จะสั่งลมพายุหอบเอาก้อนกรวด ก้อนอิฐ เช่นเดียวกับที่พระองค์เคยส่งมายังหมู่ชนลูฏ และบรรดาเจ้าของช้างพวกเจ้าจะปลอดภัยละหรือ ?

18. และโดยแน่นอน บรรดา (หมู่ชน) ก่อนหน้าพวกเขาได้ปฏิเสธมาก่อนแล้ว ดังนั้นการปฏิเสธคำเตือนของข้ามีผลเป็นอย่างไร? (*1*)

(1)  หมู่ชนก่อนหน้าพวกเจ้า เช่น พวกอ๊าด พวกซะมูดและอื่น ๆ ได้ปฏิเสธบรรดาร่อซูลมาก่อนแล้ว ดังนั้นการปฏิเสธต่อคำตักเตือนของเขานั้นทำให้พวกเขา

19. พวกเขามิได้มองไปดูนกที่ (บิน) อยู่เบื้องบนพวกเขาดอกหรือ? มันกาวปีกและหุบปีก (ของมัน) ไม่มีผู้ใดจะไปดึงมันไว้ได้นอกจากพระผู้ทรงกรุณาปรานี แท้จริงพระองค์ทรงมองเห็นทุกสิ่งอย่าง (*1*)

(1)  พวกเขามิได้พิจารณาใคร่ครวญดอกหรือขณะที่นกกำลังบินอยู่เบื้องบนพวกเขา ซึ่งจะเห็นได้ว่ามันไม่มีใครสามารถที่จะจับดึงมันได้นอกจากอัลลอฮฺพระผู้ทรงกรุณาปรานี ซึ่งความเมตตาของพระองค์แผ่คลุมไปทั่วจักรวาล

20. หรือผู้ใดเล่า ซึ่งเขาเป็นพลพรรคของพวกเจ้าที่จะช่วยเหลือพวกเจ้าอื่นจากพระผู้ทรงกรุณาปรานี? พวกปฏิเสธศรัทธานั้นมิใช่อื่นใดเลยนอกจากในการหลอกลวงเท่านั้น (*1*)

(1)  อิบนฺอับบาส กล่าวว่า : ใครจะช่วยเหลือพวกเจ้าให้พ้นจากการลงโทษของข้าหากข้าต้องการที่จะลงโทษพวกเจ้าพวกปฏิเสธศรัทธาในการเชื่อมั่นของพวกเขาว่าพระเจ้าของพวกเขาให้คุณและให้โทษนั้นมิใช่อื่นใดเลยนอกจากอยู่ในการโง่เง่าอย่างมาก และการหลงผิดอย่างชัดแจ้ง

[1] [ 2] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved