ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


20. ซูเราะฮฺ ฏอฮา (Ta-Ha)

81. พวกเจ้าจงกินจากสิ่งที่ดีทั้งหลาย ที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า และพวกเจ้าอย่าได้ฝ่าฝืน มิฉะนั้น ความกริ้วของข้าจะเกิดขึ้นแก่พวกเจ้า(*1*) และผู้ใดที่ความกริ้วของข้าจะเกิดขึ้นแก่เขาแน่นอนเขาจะประสบความพินาศ

(1)  คือในยามที่ได้รับริซกีกว้างขวางและยามสุขสบาย พวกท่านอย่าทรยศด้วยการฝ่าฝืนบทบัญญัติของเรา มิฉะนั้นแล้ว การลงโทษจะประสบแก่พวกท่าน

82. และแท้จริง ข้าเป็นผู้อภัยอย่างมากหลายแก่ผู้ลุแก่โทษ และศรัทธา และประกอบความดีแล้วยึดมั่นอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง(*1*)

(1)  ในอายะฮ์เป็นการสนับสนุนและเปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งการหลงผิดและการฝ่าฝืนด้วยการชี้แจงถึงทางออกและอย่าหมดหวัง

83. และอะไรเล่าที่ทำให้เจ้ารีบเร่งออกจากกลุ่มชนของเจ้า โอ้ มูซาเอ๋ย !(*1*)

(1)  อัลซะมัดซะรีย์กล่าวว่า มูซาได้อยู่กับบรรดาหัวหน้าที่เขาคัดเลือกมาจากพวกของเรา ที่ภูเขาฏูร ตามสัญญาที่ถูกกำหนดไว้ แล้วเขาก็รีบล่วงหน้าไปก่อน เพราะใครที่จะรับฟังพระดำรัสของพระเจ้าของเขา

84. เขากล่าวว่า ”พวกเขาเหล่านั้นตามหลังข้าพระองค์มาอยู่แล้ว และข้าพระองค์ได้รีบเร่งมายังพระองค์เท่านั้น โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ก็เพื่อให้พระองค์ทรงพอพระทัยเท่านั้น"

85. พระองค์ตรัสว่า “แท้จริงเราได้ทดสอบกลุ่มชนของเจ้า หลังจากที่เจ้าได้จากมา และซามิรีย์ก็ได้ทำให้พวกเขาหลงทาง” (*1*)

(1)  นักตัฟซีรกล่าวว่า ขณะที่มูซากำลังสนทนาอยู่กับพระเจ้าของเขานั้น เขาได้มอบให้ฮารูนพี่ชายของเขาอยู่ร่วมกับนะบีอิสรออีล และใช้ให้เขาทำสัญญากับพวกเขา ให้พำนักอยู่ด้วยความจงรักภักดีต่ออัลลอฮ์ ในขณะนั้นซามิรีย์ได้รวบรวมเครื่องประดับเอามาประกอบเป็นลูกวัว แล้วได้เชิญชวนพวกเขาให้ไปบูชา พวกเขาจึงเฝ้าบูชาอยู่ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมูซาได้จากพวกเขาไปเป็นเวลา 20 วัน

86. มูซาได้กลับมายังกลุ่มชนของเขาด้วยความกริ้วโกรธเสียใจ(*1*) เขากล่าวว่า “โอ้กลุ่มชนของฉันเอ๋ย พระเจ้าของพวกท่านมิได้ทรงสัญญากับพวกท่านด้วยสัญญาที่ดีดอกหรือ คำมั่นสัญญานั้นนานเกินไปสำหรับพวกท่านกระนั้นหรือ ? หรือว่าพวกท่านประสงค์ที่จะให้ความกริ้วจากพระเจ้าของพวกท่าน เกิดขึ้นแก่พวกท่าน ? พวกท่านจึงได้บิดพริ้วสัญญาของฉัน”

(1)  คือมูซาได้กลับมาจากภูเขาฏูร หลังจากที่ได้พำนักอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 40 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เขาได้รับวะฮีคัมภีร์เตารอต

87. พวกเขากล่าวว่า “เรามิได้บิดพริ้วสัญญาของท่าน ตามความสมัครใจของเราดอก แต่ว่าเราต้องแบกน้ำหนักเครื่องประดับของพรรคพวกอย่างมากมาย(*1*) เราจึงโยนมันลงไป(*2*) เช่นเดียวกัน ซามิรีย์ก็ได้โยนมันลงไปด้วย”

(1)  คือเราถูกบังคับให้กระทำเช่นนั้น
(2)  คือโยนเครื่องประดับที่แบกกันมานั้นลงในกองไฟ โดยคำสั่งของซามิรีย์

88. แล้วซามิรีย์ก็ได้ทำลูกวัวออกมาเป็นรูปร่างมีเสียงร้อง(*1*) พวกเขาจึงกล่าวว่า “นี่คือพระเจ้าของพวกท่าน และพระเจ้าของมูซา แต่เขาลืมเสีย”(*2*)

(1)  คือจากเครื่องประดับเหล่านั้นเขาหลอมเป็นลูกวัว มันไม่มีวิญญาณ แต่มีเสียงร้องคล้ายลูกวัว
(2)  คือมูซาได้ลืมพระเจ้าของเขาไว้ที่นี่ และไปขอพระเจ้าที่ภูเขาฏูร

89. พวกเขาไม่รู้ดอกหรือว่า มันไม่อาจจะให้คำตอบแพวกเขา และมันไม่สามารถจะให้โทษและให้คุณแก่พวกเขาเลย(*1*)

(1)  แล้วมันจะเป็นพระเจ้าได้อย่างไร

90. และโดยแน่นอน ฮารูนกล่าวกับพวกเขาก่อนว่า(*1*) “โอ้กลุ่มชนของฉันเอ๋ย แท้จริงพวกท่านถูกทดสอบให้หลงเสียแล้ว และแท้จริงพระเจ้าของพวกท่านนั้นคือพระผู้ทรงกรุณาปรานี ดังนั้นพวกท่านจงปฏิบัติตามฉัน(*2*) และจงเชื่อฟังคำสั่งของฉัน(*3*)

(1)  คือก่อนที่มูซาจะกลับมายังพวกเขา
(2)  ด้วยการเคารพอิบาดะฮ์อัลลอฮฺ ตะอาลา องค์เดียว
(3)  คือเชื่อฟังคำสั่งของฉันด้วยการเลิกบูชาลูกวัว

91. พวกเขากล่าวว่า “เรายังคงจะบูชามันโดยจะจงรักภักดี (ต่อมัน) จนกว่ามูซาจะกลับมาหาพวกเรา”

92. (เมื่อมูซากลับมาแล้ว)(*1*) เขากล่าวว่า “โอ้ฮารูนเอ๋ย อันใดเล่าที่ยับยั้งท่าน เมื่อท่านเห็นพวกเขาหลงผิด”

(1)  คือ เมื่อมูซากลับมาแล้ว และได้เห็นพวกเขาเฝ้าบูชาลูกวัวอยู่ เขาโกรธมาก ตรงรี่เข้าไปหาฮารูนพี่ชาย มือหนึ่งดึงผมอีกมือหนึ่งดึงเคราแล้วกล่าวว่า มีอะไรมาห้ามท่านหรือ เมื่อท่านเห็นพวกเขากุฟุรต่ออัลลอฮฺ แล้วไม่ห้ามปรามพวกเขา

93. “ทำไมท่านจึงไม่ปฏิบัติตามฉัน” ท่านฝ่าฝืนคำสั่งของฉันกระนั้นหรือ ?”

94. ฮารูน กล่าวว่า “โอ้ลูกของแม่ฉันเอ๋ย อย่าดึงเคราและศีรษะของฉันซิ แท้จริงฉันกลัวว่า ท่านจะกล่าว(แก่ฉัน) ว่า ท่านได้ก่อการแตกแยกขึ้นในหมู่วงศ์วานอิสรออีล(*1*) และท่านไม่คอบฟังคำสั่งของฉัน”(*2*)

(1)  ฉันกลัวว่า หากฉันห้ามพวกเขาด้วยกำลัง ก็จะเกิดการฆ่ากันขึ้น แล้วท่านก็จะมาว่าฉันว่า ท่านได้ก่อให้เกิดฟิตนะฮ์ขึ้นในระหว่างพวกเขา
(2)  ด้วยเหตุนี้ฉันจึงเห็นว่า ฉันจะไม่ทำอะไรจนกว่าท่านจะกลับมาหาพวกเขา เพื่อท่านจะได้รุ้เห็นเหตุการณ์ด้วยตัวของท่านเอง

95. มูซากล่าวว่า “เจ้าต้องการอะไร โอ้ซามิรีย์เอ๋ย !”

96. เขากล่าวว่า “ฉันเห็นในสิ่งที่พวกเขามองไม่เห็น ดังนั้น ฉันจึงกำเอากอบหนึ่งจากรอยของร่อซูล (หมายถึงญิบรีล)(*1*) แล้วฉันได้โยนมันลงไปและเช่นนั้นแหละจิตใจของฉันได้เห็นดีเห็นงาม”

(1)  มีรายงานหลายกระแสกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เขา (ซามิรีย์) ได้เห็นญิบรีล อะลัยฮิสสลาม ในสภาพที่ท่านแปลงร่างลงมาในแผ่นดินนี้ แล้วเขาก็ได้กำเอาฝุ่นมากอบหนึ่งจากรอยเท้าของญิบรีล หรือจากรอยเท้าของพาหนะที่ญิบรีลขี่ลงมา แล้วเอาโยนลงไปที่ลุกวัวที่ทำขึ้นมาด้วยทองแท้ ลูกวัวจึงมีเสียงร้องออกมา จากตัฟซีร “ฟิซิลาลิลกุรอาน” ของซัยยิด กุฎบ์

97. มูซากล่าวว่า “ท่านจงออกไป แท้จริงสำหรับท่านในชีวิตนี้จะได้รับการลงโทษโดยท่านกล่าวว่า อย่ามาแตะต้องฉัน(*1*) และแท้จริงสำหรับท่านนั้นมีสัญญาหนึ่ง(*2*) ท่านจะไม่ถูกทำให้ผิดสัญญาและจงดูพระเจ้าของท่านซึ่งท่านยึดถือบูชามันแน่นอนเราจะเผามัน แล้วเราจะโปรยมันลงในทะเลให้กระจาย”

(1)  มูซากล่าวแก่ซามิรีย์ว่า การลงโทษแก่ท่านในโลกนี้คือ ท่านอย่าไปแตะต้องหรืออย่าไปยุ่งกับผู้ใดและก็ไม่มีผู้ใดมาแตะต้องหรือยุ่งเกี่ยวกับท่าน ทั้งในทางดีหรือทางชั่ว นี่คือวิธีหนึ่งของการลงโทษในศาสนาของนะบีมูซา คือการลงโทษให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว
(2)  การลงโทษในโลกอาคิเราะฮ์นั้นคือการตอบแทนจากอัลลอฮฺ ท่านจะผิดสัญญาไม่ได้ หมายถึงจะได้รับการตอบแทนอย่างแน่นอน

98. แท้จริง พระเจ้าของพวกท่านนั้นคือ อัลลอฮฺ ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระองค์ทรงแผ่ความรอบรู้ในยังทุกสิ่ง

99. เช่นนี้แหละ เราได้บอกเล่าข่าวคราวที่ได้เกิดขึ้นแต่กาลก่อนแก่เจ้า(*1*) และแน่นอน เราได้ให้ข้อเตือนสติ(*2*ป จากเราแก่เจ้า

(1)  เราได้บอกเล่าข่าวคราวของมูซากับฟิรเอาน์และเรื่องราวแปลก ๆ และเรายังบอกเล่าข่าวคราวของประชาติในสมัยก่อน ๆ
(2)  คืออัลกุรอาน

100. ผู้ใดหันหลังให้อัลกุรอาน(*1*) แท้จริงเขาจะแบกโทษหนักในวันกิยามะฮ์ (อยุ่ในนรก)

(1)  คือไม่ศรัทธาและไม่ปฏิบัติตามสิ่งที่มีอยู่ในมัน

[ 1] [ 2] [ 3] [ 4] [5] [ 6] [ 7] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved