ซูเราะฮฺ        อายะหฺ   
         เลือกซูเราะฮฺ และ/หรืออายะหฺ ที่ต้องการ
คำ,วลี,ข้อความ   
         กรุณาป้อน คำ, วลี หรือบางส่วนของข้อความ ที่ต้องการค้นหา


4. ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอฺ (An-Nisaa)

20. และหากพวกเจ้าต้องการเปลี่ยนคู่ครองคนหนึ่งแทนที่ของคู่ครองอีกคนหนึ่ง(*1*) และพวกเจ้าได้ให้แก่นางหนึ่งในหมู่นางเหล่านั้น(*2*) ซึ่งทรัพย์อันมากมายก็ตาม ก็จงอย่าได้เอาสิ่งใดจากทรัพย์นั้นคืน(*3*) พวกเจ้าจะเอามันคืนด้วยการอุปโลกน์ความเท็จและการกระทำบาปอันชัดเจนกระนั้นหรือ(*4*)

(1)  ต้องการแต่งงานกับคนใหม่ แทนภรรยาคนเก่าที่พวกเจ้าจะทิ้งนางไปโดยที่นางมิได้บกพร่องแต่อย่างใด เพียงแต่พวกเจ้าไม่ชอบนางเท่านั้นหรือเห็นหญิงอื่นดีกว่า
(2)  หมู่ภรรยาของพวกเจ้า
(3)  จะด้วยวิธีใดก็ตาม เพราะนางมิใช่เป็นผู้ผิด
(4)  ด้วยการอุปโลกน์ความเท็จให้แก่นางว่านางประพฤติชั่ว ทั้งๆ ที่นางเป็นผู้บริสุทธิ์ อันเป็นการกระทำบาปอันชัดเจนกระนั้นหรือ?

21. และพวกเจ้าจะเอามันคืนได้อย่างไรทั้งๆ ที่บางคนของพวกเจ้าได้แนบกายกับอีกบางคนแล้ว(*1*)และพวกนางก็ได้เอาคำมั่นสัญญาอันหนักแน่นจากพวกเจ้าแล้วด้วย(*2*)

(1)  ทั้ง ๆ ที่ได้มีการสมสู่กับนางแล้ว อันทำให้นางเสียความบริสุทธิ์ ซึ่งยากแก่นางที่จะแต่งงานกับชายอื่นใหม่ได้
(2)  หมายถึงการที่ฝ่ายชายได้ให้คำมั่นสัญญาอันหนักแน่นแก่หญิงขณะทำการสู่ขอนางว่าจะรักนางและเลี้ยงดูนางอย่างดี แล้วนางก็ยินยอมมอบกายให้เป็นภรรยา ทิ้งพ่อแม่พี่น้องไปอยู่กับคนแปลกหน้า ทั้งนี้โดยยึดคำมั่นสัญญาที่เขาให้ไว้เป็นสำคัญ

22. และจงอย่าแต่งงานกับบรรดาหญิงที่บิดาของพวกเจ้าได้แต่งงานมาแล้ว นอกจากที่ได้ผ่านพ้นมาเท่านั้น(*1*)แท้จริงมันเป็นสิ่งลามกและน่าเกลียดยิ่ง และเป็นวิถีทางที่ชั่ว

(1)  ที่ได้เคยปฏิบัติมาในอดีต โดยที่ไม่ถือว่าเป็นผิด

23. ที่ได้ถูกห้ามแก่พวกเจ้านั้นคือมารดา(*1*)ของพวกเจ้า ลูกหญิงของพวกเจ้า(*2*) พี่น้องหญิงของพวกเจ้า(*3*) พี่น้องหญิงแห่งบิดาของพวกเจ้า(*4*)และพี่น้องหญิงแห่งมารดาของพวกเจ้า(*5*) บุตรหญิงของพี่หรือน้องชายของพวกเจ้า(*6*)บุตรหญิงของพี่หรือน้องหญิงของพวกเจ้า(*7*) และมารดาของพวกเจ้าที่ให้นมแก่พวกเจ้าและพี่น้องหญิงของพวกเจ้าเนื่องจากการดื่มนม(*8*) และมารดาภรรยาของพวกเจ้าแลลูกเลี้ยงของพวกเจ้าที่อยู่ในตักของพวกเจ้า(*9*) จากภรรยาของพวกเจ้าที่พวกเจ้ามิได้สมสู่นาง แต่ถ้าพวกเจ้ามิได้สมสู่นางแล้ว ก็ไม่มีบาปใด ๆ แก่พวกเจ้าและภรรยาของบุตรพวกเจ้าที่มาจากเชื้อสายของพวกเจ้า(*10*) และการที่พวกเจ้ารวมระหว่างหญิงสองพี่น้องไว้ด้วยกัน(*11*) นอกจากที่ได้ผ่านพ้นไปแล้วเท่านั้น(*12*) แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัยผู้เมตตาเสมอ

(1)  รวมถึงย่าและยายด้วย
(2)  รวมถึงหลานเหลนด้วย
(3)  จะเป็นพ่อแม่เดียวกันหรือไม่ก็ตาม
(4)  ป้าและอา
(5)  ป้าและน้า
(6)  รวมถึงหลาน เหลนของนางด้วย
(7)  รวมถึงหลานเหลนของนางด้วย
(8)  เนื่องจากการดื่มนมร่วมมารดาเกียวกันเป็นสาเหตุให้นางกลายเป็นพี่น้องประหนึ่งสายโลหิตเดียวกัน
(9)  คือบุตรหญิงที่ติดภรรยามาซึ่งพวกเจ้าเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ และหมายถึงลูกหญิงของภรรยาทั้งหมดที่เกิดจากสามีอื่นด้วย
(10)  ภรรยาของบุตรพวกเจ้าเอง
(11)  เอาพี่และน้องมาเป็นภรรยาอยู่พร้อมกัน
(12)  คือในสมัยญาฮิลีญะฮ์

24. และบรรดาหญิงที่อยู่ในปกครองของสามี(*1*)นอกจากที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครอง(*2*) เป็นบัญญัติของอัลลอฮฺที่มีแก่พวกเจ้า และได้ถูกอนุมัติให้แก่พวกเจ้าที่นอกเหนือจากนั้น(*3*)ในการที่พวกเจ้าจะแสวงหามาด้วยทรัพย์ของพสกเจ้า(*4*) ในฐานะเป็นผู้แต่งงาน(*5*)มิใช่ในฐานะผู้ล่วงประเวณี ดังนั้นหญิงใดที่พวกเจ้าเสพสุขด้วยนางจากบรรดาหญิงเหล่านั้น(*6*) ก็จงให้แก่พวกนาง ซึ่งสินตอบแทนแก่พวกนาง(*7*) ตามที่มีกำหนดไว้และไม่เป็นบาปใด ๆแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าต่างยินยอมกันในสิ่งนั้น(*8*) หลังจากที่มีกำหนดนั้นขึ้นแท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ

(1)  เป็นหญิงที่ถูกห้ามมิให้แต่งงานด้วยเช่นเดียวกัน
(2)  หญิงที่มีสามี แต่ตกเป็นเชลยศึก แล้วถูกมอบให้เป็นกรรมสิทธิในฐานะหญิงทาส หญิงประเภทนี้อนุมัติให้ผู้เป็นนายสมสู่กับนางได้หลังจากที่นางพ้นอิดดะฮ์ โดยไม่ต้องทำพิธีสมรส แต่ถ้าเป็นชายอื่นต้องต่อสู่ขอจากผู้เป็นนาย และทำพิธีสมรสโดยจ่ายสินตอบแทนให้ ทั้งนี้หลังจากนางพ้นอิดดะฮ์ แล้วเช่นเดียวกัน
(3)  หมายถึงหญิงที่นอกเหนือจากที่ได้ระบุห้ามไว้
(4)  หมายถึงด้วยการจ่ายสินตอบแทน(มะฮัร)ให้แก่นาง
(5)  แต่งงานกับนางโดยเจตนาที่จะครองเรือนกับนาง
(6)  หญิงที่อนุมัติให้แต่งงานกับนางได้
(7)  ให้มะฮัรแก่พวกนาง
(8)  ยินยอมที่จะลดหรือเพิ่มมะฮัรให้หรือจะยกให้ก็ได้ หลังจากที่ได้กำหนดมะฮัรแล้ว

25. และผู้ใดในหมู่พวกเต้าไม่สามารถมีกำลัง(*1*)ที่จะแต่งงานกับบรรดาหญิงอิสระที่มีศรัทธาได้ก็จงแต่งงานกับเด็กสาว(*2*)ของพวกเจ้าที่เป็นผู้ศรัทธาในหมู่ที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครอง(*3*) และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ยิ่งที่ในการศรัทธาของพวกเจ้าบางคนในหมู่พวกเจ้านั้นมาจากอีกบางคน(*4*) ดังนั้นจงแต่งงานกับพวกนางด้วยการอนุมัติจากผู้เป็นนายของพวกนาง และจงให้แก่พวกนางซึ่งสินตอบแทนของพวกนางโดยชอบธรรม ในฐานะที่พวกนางเป้นหญิงที่ได้รับการแต่งงานมิใช่เป็นหญิงที่ค้าประเวณี และไม่ใช่หญิงที่ยึดเอาชายเป็นเพื่อนสนิท(*5*)เมื่อพวกนางได้รับการแต่งงานแล้ว หากพวกนางกระทำความชั่ว(*6*)พวกนางก็จะได้รับโทษครึ่งหนึ่งของโทษที่บรรดาหญิงอิสระได้รับ นั่นสำหรับผู้ในหมู่พวกเจ้าที่กลัวการทำชั่ว(*7*) และการที่พวกเจ้าอดกลั้นไว้ได้นั้น เป็นการดีกว่าสำหรับพวกเจ้า และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ

(1)  หมายถึงมะฮัร และปัจจัยอื่นๆ ที่จำเป็น
(2)  หมายถึงทาสหญิง ในการที่อัลลอฮฺทรงใช้คำว่า “เด็กสาว” แทนคำว่า “ทาสหญิง” นั้นก็เพื่อยกฐานะของนางให้สูงขึ้น เท่าเทียมกับเพื่อนมนุษย์อื่นๆ แลเพื่อสอนเรามิให้เรียกนางว่าทาสหญิงหรือเรียกที่เป็นชายว่า “ทาสชาย” เป็นต้น หากให้เรียกทั้งสองด้วยคำว่า “เด็กสาว” และ “เด็กหนุ่ม”
(3)  ให้แต่งงานกับหญิงทาสที่อยู่ในปกครองของผู้ศรัทธา
(4)  หมายถึงว่าทั้งหญิงอิสระแลบะหญิงทาสนั้นก็หาใช่เป็นผุ้ที่วิเศษกว่ากันหรือเลวกว่ากันในทางเชื้อสายไม่ ความจริงทั้งสองนั้นสืบเชื้อสายมาจากกันและกัน
(5)  ทั้งนี้เพื่อลอบล่วงประเวณีกันโดยลับ ๆ
(6)  หมายถึงมีชู้หรือลอบล่วงประเวณีกับชายอื่น
(7)  ที่สนับสนุนให้แต่งงานกับหญิงทาสนั้น สำหรับชายที่ไม่สามารถจะระงับจิตใจได้ และเกรงว่าจะกระทำการล่วงประเวณีเท่านั้น

26. อัลลอฮฺ ทรงปรารถนาที่จะแจกแจงแก่พวกเจ้า และแนะนำพวกเจ้าซึ่งแนวทางต่างๆ ของบรรดาผู้ที่มาก่อนพวกเจ้า(*1*) และจะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเจ้า(*2*) และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้และเป็นผู้ทรงปรีชาญาณ

(1)  แนวทางอันดีงามของประชาชาติในอดีต ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นได้แก่ระเบียบและข้อปฏิบัติในการมีคู่ครอง ดังได้กล่าวมาแล้ว
(2)  โทษที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องในการมีคู่ครอง ทั้งนี้ด้วยการปฏิบัติไม่ถูกต้องในการมีคู่ครอง ทั้งนี้ด้วยการปฏิบัติตามระเบียบ และบทบัญญัติตามที่ได้กล่าวแล้ว

27. และอัลลอฮฺ ทรงปรารถนาที่จะอภัยโทษให้แก่พวกเจ้า และบรรดาผู้ที่ปิบัติตามความใคร่ใฝ่ต่ำนั้นปรารถนาที่จะให้พวกเจ้าเอนเอียงออกไปอย่างมากมาย(*1*)

(1)  เอนเอียงออกจากวิถีทางอันชอบในการมีคู่ครอง

28. อัลลอฮฺ ทรงปรารถนาที่จะผ่อนผันให้แก่พวกเจ้า(*1*) และมนุษย์นั้นถูกบังเกิดขึ้นในสภาพที่อ่อนแอ(*2*)

(1)  เปิดโอกาสให้พวกเจ้าแต่งงานกับหญิงทาสได้
(2)  ไม่สามารถที่จะอดทนความใคร่ใฝ่ต่ำ เฉพาะอย่างยิ่งความใคร่ในอิสตรี ดังกล่าวนี้สำหรับผู้ที่ปล่อยจิตใจไปตามความใคร่ของตน แต่ถ้าเขาฝึกใจให้เข้มแข็งก็สามารถที่จะเอาชนะความใคร่ของตนได้

29. ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอย่ากินทรัพย์ของพวกเจ้า(*1*) ในระหว่างพวกเจ้าโดยมิชอบ นอกจากมันจะเป็นการค้าขายที่เกิดจากความพอใจในหมู่พวกเจ้า และจงอย่าฆ่าตัวของพวกเจ้าเอง(*2*) แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงเมตตาต่อพวกเจ้าเสมอ

(1)  หมายถึงทรัพย์ของคนอื่น การที่อัลลอฮฺทรงใช้คำว่า “ทรัพย์ของพวกเจ้า” นั้น ก็เพื่อให้เข้าใจว่าประชาชาตินั้นประหนึ่งร่างเดียวกัน ที่จะต้องรับผิดชอบต่อกัน และให้ถือว่าทรัพย์ของแต่ละคนนั้นก็ประหนึ่งทรัพย์ของตนเองด้วย ซึ่งแต่ละคนต้องช่วยกันรักษาทรัพย์นั้นให้คงอยู่ในสิทธิของผู้เป็นเจ้าของ นั่นก็เท่ากับว่าตนเองได้รักษาทรัพย์สินของตนเองด้วย แต่ถ้าต่างคนต่างกินทรัพย์ซึ่งกันและกันในทางทุจริตแล้วก็เท่ากับเขากินทรัพย์ของเขาในทางที่ไม่ชอบ
(2)  หมายถึงทำการฆ่าซึ่งกันและกัน ทั้งนี้เพราะถือว่าประชาชาตินั้นคือร่างกายเดียวกัน การฆ่าคนอื่นนั้นก็ประหนึ่งฆ่าตัวเอง หรืออีกนัยหนึ่งผู้ที่ฆ่าคนอื่นนั้นตนเองก็จะถูกฆ่าให้ตายตามกัน ดังนั้นการฆ่าคนอื่นจึงเท่ากับการฆ่าตัวเอง

30. และผู้ใดที่กระทำเช่นนั้น(*1*)โดยเจตนาละเมิดและข่มเหงแล้ว เราก็จะให้เขาเข้าไฟนรกและนั่นเป็นสิ่งที่ง่ายดายแก่อัลลอฮฺ

(1)  กินทรัพย์ของคนอื่นโดยมิชอบ

31. หากพวกเจ้าปลีกตัวออกจากบรรดาบาปใหญ่ ๆ ของสิ่งที่พวกเจ้าถูกห้ามให้ละเว้นมันแล้ว(*1*) เราก็จะลบล้างบรรดาความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเจ้า ออกจากพวกเจ้า และเราจะให้พวกเจ้าเข้าอยู่ในสถานที่อันมีเกียรติ(*2*)

(1)  บาปใหญ่ ๆ นั้นได้แก่การให้มีภาคีแก่อัลลอฮฺ(กระทำการซิริก) การฆ่าคน การใช่วิชาไสยศาสตร์ การกินทรัพย์ของเด็กกำพร้า การกินดอกเบี้ย การหลบหนีในวันประจันบานเก็บฝ่ายศัตรู การใส่ร้ายหญิงมุมินผู้บริสุทธิ์ การเนรคุณต่อบิดามารดา การพูดเท็จและเป็นพยานเท็จ การด่าว่าบิดามารดาของตนเอง หรือเป็นเหตุให้บิดามารดาของตนถูกด่าว่า
(2)  คือสวรรค์

32. แลจงอย่าปรารถนาในสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงให้แก่บางคนในหมู่พวกเจ้าเหนือกว่าอีกบางคน(*1*) สำหรับผู้ชายนั้นมีส่วนได้รับจากสิ่งที่พวกเขาได้ขวนขวายไว้ และสำหรับหญิงนั้นก็มีส่วนได้รับจากสิ่งที่พวกนางได้ขวนขวายไว้ และพวกเจ้าจงขอต่ออัลลอฮฺเถิด จากความกรุณาของพระองค์แท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง

(1)  ไม่ใช่ฝ่ายชายปรารถนาในสิ่งที่ตนไม่สามารถจะกระทำได้เหมือนฝ่ายหญิง ขณะเดียวกันก็มิให้ฝ่ายหญิงปรารถนาในสิ่งที่ตนไม่สามารถจะกระทำได้ เหมือนฝ่ายขาย เพราะแต่ละฝ่ายถูกบังเกิดมาให้มีความสามารถแตกต่างกัน

33. และสำหรับแต่ละคนนั้น เราได้ให้มีผู้รับมรดก(*1*) จากสิ่งที่ผู้บังเกิดเกล้าทั้งสอง และญาติที่ใกล้ชิดได้ทิ้งไว้ และบรรดาผู้ที่มือขวาของพวกเจ้าได้ตกลงไว้นั้น(*2*) ก็จงให้แก่พวกเขาซึ่งส่วนได้ของพวกเขา(*3*) แท้จริงอัลลอฮฺทรงเป็นพยานในทุกสิ่งทุกอย่าง

(1)  สำหรับผู้รับมรดกที่เป็นเพศชายนั้นมี 15 ท่านคือ 1.พ่อ 2.ปู่ 3.บุตร 4.บุตรของลูกชาย 5.พี่น้องพ่อแม่เดียวกัน6. พี่น้องพ่อเดียวกัน 7.พี่น้องแม่เดียวกัน 8. บุตรพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน 9. บุตรพี่น้องพ่อเดียวกัน 10.ลุงหรืออาพ่อแม่เดียวกัน 11.ลุงหรืออาพ่อเดียวกัน 12.บุตรของลุงหรืออาพ่อแม่เดียวกัน 13.บุตรของลุงหรืออาพ่อเดียวกัน 14.สามี 15. ผู้ที่ปล่อยทาสให้เป็นอิสระ อย่างไรก็ดีถ้าบุคคลเหล่านี้มีชีวิตอยู่พร้อมกันแล้วผู้มีสิทะได้รับมรดกนั้น เพียงสามท่านเท่านั้นคือบิดา บุตร และสามี ในกรณีดังกล่าวนี้ผู้ที่ตายคือหญิงสำหรับผู้รับมรดกที่เป็นเพศหญิงนั้นมี 10 ท่านคือ 1.แม่ 2.ย่า 3.ยาย 4.บุตรหญิง 5.บุตรหญิงของลูกชาย 6.พี่น้องหญิงพ่อแม่เดียวกัน 7.พี่น้องหญิงพ่อเดียวกัน 8.พี่น้องหญิงแม่เดียวกัน 9.ภรรยารวมทั้งที่อยู่ในอิดดะฮ์ที่คืนดีกันได้ 10.หญิงที่ปล่อยทาสให้เป็นอิสระ ถ้าหญิงผู้มีสิทธิรับมรดกเหล่านี้มีชีวิตอยู่พร้อมกันแล้ว ผู้ที่มีสิทธิได้รับมรดกนั้นเพียง 5 คนเท่านั้นคือ1.บุตรหญิง 2.บุตรหญิงของบุตรชาย (หลาน) 3.แม่ 4.ภรรยา 5.พี่น้องหญิงพ่อแม่เดียวกัน ในกรณีดังกล่าว ผู้ตายย้อมเป็นชาย

34. บรรดาชายนั้น คือผู้ที่ทำหน้าที่ปกครองเลี้ยงดูบรรดาหญิง(*1*) เนื่องด้วยการที่อัลลอฮฺ ได้ทรงให้บางคนของพวกเขาเหนือกว่าอีกบางคน(*2*)และด้วยการที่พวกเขาได้จ่ายไปจากทรัพย์ของพวกเขา(*3*)บรรดากุลสตรีนั้นคือผู้จงรักภักดี ผู้รักษาในทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ลับหลบังสามี(*4*) เนื่องด้วยสิ่งที่อัลลอฮฺทรงรักษาไว้(*5*) และบรรดาหญิงที่พวกเจ้าหวั่นเกรงในความดื้อดึงของนางนั้น(*6*) ก็จงกล่าวตักเตือนนางและทอดทิ้งนางไว้แต่ลำพังในที่นอน(*7*) และจงเฆี่ยนนาง(*8*)แต่ถ้านางเชื่อฟังพวกเจ้าแล้ว ก็จงอย่าหาทางเอาเรื่องแก่นาง(*9*) แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงสูงส่งผู้ทรงเกรียงไกร

(1)  หมายถึงบรรดาภรรยา
(2)  ให้ชายมีร่างกายกำยำ แข็งแรง และมีความกล้าหาญเหนือกว่าหญิง จึงเป็นผู้มีหน้าที่ทำการปกครองและเลี้ยงดูหญิง
(3)  จ่ายทรัพย์ของเขาในการเลี้ยงดูภรรยา
(4)  รักษาเนื้อรักษาตัวของนางให้อยู่ในความบริสุทะและรักษาทรัพย์และสิ่งอื่นๆ ขณะสามีไม่อยู่
(5)  หมายถึงสิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนดให้เป็นหน้าที่ของสามีที่จะต้องปฏิบัติตั้งแต่การให้มะฮัร และค่าใช้จ่ายในชีวิตความเป็นอยู่ของนางทุกอย่าง
(6)  เกรงว่าในความดื้อดึงของนางนั้นจะทำให้นางประพฤตินอกลู่นอกทางอันก่อให้เกิดความเสียหายในครอบครัว
(7)  ถ้านางไม่เชื่อฟังคำตักเตือน ก็ให้ลงโทษนางโดยปล่อยให้นางนอนแต่ลำพังคนเดียวในที่นอน ทั้งนี้เพื่อให้นางเกิดความว้าเหว่ และมีความสำนึกผิด
(8)  ถ้านางยังดื้อดึงไม่ยอมสำนึกผิด ก็ให้เฆี่ยนนางได้ตามสมควรเพื่อให้เข็ดหลาบโดยไม่ให้เกิดบาดแผล หรือรอยช้ำบวม
(9)  ระหว่างสามีภรรยา ซึ่งจะเป็นญาติของพวเราเองหรือพี่น้องมุสลิมของเรนาที่เราสามารถจะช่วยเหลือได้

35. และหากพวกเจ้าหวั่นเกรงการแตกแยกระหว่างเขาทั้งสอง(*1*) ก็จงส่งผู้ตัดสินคนหนึ่งจากครอบครัวของฝ่ายชาย และผู้ตัดสินอีกคนหนึ่งจากครอบครัวฝ่ายหญิง หากทั้งสอง(*2*)ปรารถนาให้มีการประนีประนอมกันแล้ว อัลลอฮฺก็จะทรงให้ความสำเร็จในระหว่างทั้งสอง แม้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงสัพพัญญู

(1)  ระหว่างสามีภรรยา ซึ่งจะเป็นญาติของพวกเราเองหรือพี่น้องมุสลิมของเราที่เราสามารถจะช่วยเหลือได้
(2)  ทั้งสามีและภรรยา

36. และจงเคารพสักการะอัลลอฮฺเถิด และอย่าให้มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นภาคีกับพระองค์ และจงทำดีต่อผู้บังเกิดเกล้าทั้งสองและต่อผู้เป็นญาติที่ใกล้ชิด และเด็กกำพร้าและผู้ขัดสน และเพื่อนบ้านใกล้เคียงและเพื่อนที่ห่างไกล และเพื่อนเคียงข้าง(*1*) และผู้เดินทาง และผู้ที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครอง(*2*) แท้จริงอัลลอฮฺ ไม่ทรงชอบผู้ยะโส ผู้โอ้อวด

(1)  เพื่อนที่ร่วมเดินทาง หรือร่วมงาน
(2)  หมายถึงทาส ทั้งที่เป็นทาสหญิงและทาสชาย

37. บรรดาผู้ที่ตระหนี่(*1*) และใช้ผู้คนให้ตระหนี่(*2*) และปกปิดสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานให้แก่พวกเขา(*3*) จากความกรุณาของพระองค์นั้น (แน่นอนพวกเขาจะอยู่ในนรกตลอดกาล)(*4*) และเราได้เตรียมไว้แล้ว ซึ่งการลงโทษที่ยังความอัปยศ แก่ผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย

(1)  หมายถึงพวกยิว
(2)  คือชักชวนมะดีนะฮ์มิให้บริจาคทรัพย์ช่วยเหลือบรรดามุมินที่อพยพไปจากนครมักกะฮ์ เพราะจะทำให้ยากจน
(3)  รวมทั้งทรัพย์และวิชาความรู้
(4)  ข้อความในวงเล็บนั้นมิได้ระบุไว้ในอายะฮ์ อันเป็นข้อความที่ถูกละไว้ เนื่องจากเป็นข้อความที่เป็นที่เข้าใจกันกล่าวคือพวกยิวซึ่งเป็นผู้ตระหนี่ และยังชักชวนให้คนอื่นงดบริจาคแก่ผู้ศรัทธานั้น จะเป็นอื่นไม่ได้นอกจากนรกตรลอดกาลเท่านั้น และผู้บริจาคที่โอ้อวดผู้คน และก็ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ด้วยนั้น ก็เป็นอื่นไปไม่ได้เช่นเดียวกัน นอกจากชาวนรกตลอดกาล

38. และบรรดาผู้ที่บริจาคทรัพย์ของพวกเขา เพื่อโอ้อวดผู้คน และทั้งพวกเขาก็ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และไม่ศรัทธาต่อวันปรโลกนั้น(แน่นอนพวกเขาจะอยู่ในนรกตลอดกาล)(*1*) และผู้ใดที่มีชัยฏอนเป็นเพื่อนของเขาแล้ว มันก็เป็นเพื่อนที่เลว

(1)  ข้อความในวงเล็บนั้นมิได้ระบุไว้ในอายะฮ์ อันเป็นข้อความที่ถูกละไว้ เนื่องจากเป็นข้อความที่เป็นที่เข้าใจกันกล่าวคือพวกยิวซึ่งเป็นผู้ตระหนี่ และยังชักชวนให้คนอื่นงดบริจาคแก่ผู้ศรัทธานั้น จะเป็นอื่นไม่ได้นอกจากนรกตรลอดกาลเท่านั้น และผู้บริจาคที่โอ้อวดผู้คน และก็ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ด้วยนั้น ก็เป็นอื่นไปไม่ได้เช่นเดียวกัน นอกจากชาวนรกตลอดกาล

39. และอะไรจะเกิดขึ้นแก่พวกเขา(*1*) หากพวกเขาศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และวันปรโลก และได้บริจาคส่วนหนึ่งจากสิ่งที่อัลลอฮฺ ได้ทรงให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา และอัลลอฮฺ ทรงรอบรู้ในพวกเขาดี

(1)  ไม่มีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้นแก่พวกเขา ตรงกันข้ามมีแต่ความดีเท่านั้นที่จะเกิดขึ้นแก่พวกเขา

[ 1] [2] [ 3] [ 4] [ 5] [ 6] [ 7] [ 8] [ 9] [ Next]


Designed & Developed By Thai Islamic Global Net Team
Copyright (C) 2008 Alquran-Thai.Com All Rights Reserved